KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุนวันนี้– เราคาดว่าวันนี้ (18 ส.ค.) ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัว มาจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มมีความชัดเจน และกลุ่มธนาคารที่กลับมามีความน่าสนใจ หลังมี ความเป็นไปได้ที่จะกลับมาจ่ายเงินปันผลก่อนสิ้นปี 2563 อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามปัจจัย เสี่ยงต่างประเทศจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และ สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ราคาน้ำมันทรงตัว รอรายงานปริมาณส้ารอง และการประชุม JMMC ของ OPEC+ คืนนี้ – ประเด็น ที่ติดตามอยู่ที่การประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดก้าลังการผลิต (JMMC) ของ OPEC+ โดยเราเชื่อว่าจะยังไม่มีอะไรเป็นประเด็นใหม่หนุนราคาน้ำมันดิบ และ รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ขณะที่ผลสำรวจ ของเอสแอนด์พี โกลบอล แพลทส์ คาดว่าปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ จะลดลง 3.8 ล้าน บาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ้นสุดวันที่ 14 ส.ค
กระทรวงการคลังอนุมัติวงเงิน 1.14 แสนล้าน ช่วยเหลือ SMEs เพิ่มเติม – ครม. เห็นชอบการ ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี และเสนอมาตรการช่วยเหลือ SMEs เพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับ SMEs ใน 3 กลุ่ม วงเงินสินเชื่อรวม 114,100 ล้านบาท ได้แก่ (1) กลุ่ม SMEs ทั่วไป ผ่านธนาคารออมสิน และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จ้านวน 87,000 ล้านบาท (2) กลุ่ม SMEs ท่องเที่ยว วงเงิน 14,600 ล้านบาท ผ่านธนาคาร ออมสิน และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และ (3) กลุ่ม SMEs รายย่อยและประชาชน ผ่านธนาคารออมสิน และ บสย. วงเงิน 12,500 ล้านบาท เรามองเป็นบวกต่อกลุ่มอุปโภคบริโภค และกลุ่มที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว (โรงแรมและสายการบิน) ซึ่งเป็นหุ้นใน Theme Investment ของเรา โดยเรายังเลือก AOT (BK:AOT) MINT ERW CENTEL CPALL (BK:CPALL) และ CRC เป็นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
กลุ่มธนาคารจะกลับมาจ่ายเงินปันผล - ธปท. อยู่ระหว่างรอผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress test) ในช่วงเดือน ต.ค. อย่างไรก็ตามหากพิจารณาเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ ในปี 2563 อยู่ในระดับสูง โดย 2Q63 เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) อยู่ที่ 19.2% ทำให้กรณีที่กลุ่ม ธนาคารจะกลับมาจ่ายเงินปันผลมีความเป็นไปได้
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่มีกำหนดรายงานวันนี้ - ญี่ปุ่นรายงาน ดุลการค้า (Trade Balance) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะขาดดุล 7.76 แสนล้านเยน) มูลค่าการส่งออก (Exports) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะลดลง 21.0%YoY) และ มูลค่าการน้าเข้า (Imports) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะลดลง 22.8%YoY) / อังกฤษ จะมีการรายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.7%YoY แต่ลดลง 0.1%MoM) และ ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.3%YoY แต่ลดลง 0.1%MoM) / สหภาพยุโรป จะมีการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ค. (คาดว่า จะเพิ่มขึ้น 0.4%YoY แต่ลดลง 0.3%MoM) ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ก.ค. (คาด ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.2%YoY แต่ลดลง 0.2%MoM) และ ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) เดือน มิ.ย. / สหรัฐฯ จะมีการเปิดเผย รายงานสินค้าคงคลังน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ (Crude Oil Inventories)
รายงานเศรษฐกิจของสหรัฐฯ – กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานการเริ่มสร้างบ้าน เพิ่มขึhน 22.6% สู่ระดับ 1.496 ล้านหลัง ในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ นจาก 1.22 ล้านหลัง ในเดือน มิ.ย. ดีกว่าคาด ขณะที่ การอนุญาตก่อสร้างบ้านในเดือน ก.ค. เพิ่มขึhน 18.8% อยู่ที่ 1.495 ล้านหลัง
มุมมองทางเทคนิค – เราคาดว่า SET Index วันนี จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,324-1,342 จุด (มีแนวรับอยู่ที่ 1,328 1,324 และ 1,318 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,333 1,336 และ 1,342 จุด) หุ้นแนะน้าทางเทคนิควันนี ได้แก่ GLOBAL CRC AEONTS SPALI และ BH
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








