KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Event วานนี้ ธปท. แถลงรายงานภาพรวมการดำเนินงานของระบบแบงก์พาณิชย์ประจำ 2Q63 โดยเราสรุป ประเด็นสำคัญได้ดังนี้
► ด้านความมั่นคง: แบงก์ไทยในภาพรวมค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยใน 2Q63 มีระดับเงินกองทุน (BIS ratio) รวมที่ 19.2% เพิ่มขึ้นจาก 18.7% ใน 1Q63 และมีระดับ Coverage Ratio เพิ่มขึ้น เป็น 144.1% จาก 143.3% ใน 1Q63 สอดคล้องกับการดำเนินนโยบายตั้งสำรองเชิงระมัดระวัง ของหลายแบงก์
► ด้านคุณภาพสินเชื่อ: ลูกหนี้ Stage 3 (NPL) รวมของแบงก์พาณิชย์ในระบบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เป็น 3.09% จาก 3.04% ใน 1Q63 หลักๆ มาจากการ Default ของลูกหนี้สายการบินขนาดใหญ่ แต่ลูกหนี้ Stage 2 (กลุ่มที่มีระดับความเสี่ยงสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ) ปรับตัวลงเหลือ 7.48% จาก 7.69% ใน 1Q63 จากการดำเนินนโยบายพักชำระหนี้และปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกให้กับลูกหนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19
► ภาพรวมของการขยายสินเชื่อ: โดยรวมสินเชื่อในระบบแบงก์เพิ่มขึ้น 5%YoY ซึ่งสินเชื่อที่เติบโตดีคือสินเชื่อภาคธุรกิจโต 5.1%YoY และสินเชื่ออุปโภคบริโภคโต 4.8%YoY (ส่วนใหญ่ เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อบ้านที่เติบโตดีในช่วงดอกเบี้ยต่ำ)
► ความสามารถในการทำกำไร: ศักยภาพทำกำไรของแบงก์ในระบบอ่อนแอลงมาก โดย ROA และ ROE ลดลงเหลือ 0.57% และ 4.12% จากใน 1Q63 ที่ 1.03% และ 7.17% ตามลำดับ หลัง หลายแบงก์มีการกันสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความเสี่ยงจากคุณภาพสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มด้อย ลง ส่วน NIM ปรับลงเช่นกันจาก 2.90% ใน 1Q63 เหลือ 2.60% ตาม Yield ที่ปรับตัวลงจากผล ของการลดดอกเบี้ยนโยบาย แต่การปรับลงบางส่วนถูกชดเชยด้วยต้นทุนเงินนำส่ง FIDF ที่ลดลง
Our Take
► เรามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อประเด็นดังกล่าว โดยแม้ภาพรวมของแบงก์พาณิชย์ในระบบ ออกมาใกล้เคียงกับผลด าเนินงานของแบงก์ที่จดทะเบียนใน ตลท. ที่ออกมาก่อนหน้า แต่ด้วย ลูกหนี้Stage 2 ที่ลดลง สะท้อนว่าแบงก์ในระบบยังสามารถควบคุมการไหลตกชั้นของลูกหนี้ได้ ดี ช่วยผ่อนคลายความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อของพอร์ตลูกหนี้ในช่วง 3Q63อย่างไรก็ดีเรามอง ว่าตลาดจะยังคงให้น ้ำหนักกับตัวเลข NPL ในช่วงปลายปีมากกว่า เพราะมาตรการพักชำระหนี้ เป็นการทั่วไปจะเริ่มทยอยครบกำหนดใน 3Q63 ทำให้ลูกหนี้ความเสี่ยงสูงจะเริ่มกลายเป็น NPL ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า แต่เบื้องต้นเรามองว่า NPL จะปรับขึ้นได้ไม่เร็วนัก เพราะหลายแบงก์มีสภาพคล่องทางการเงินเหลืออยู่มาก ทำให้แบงก์อาจพิจารณาขยายระยะเวลา มาตรการช่วยเหลือให้กับลูกหนี้ที่มีศักยภาพในการฟื้นตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง บวกกับการตั้ง สำรองที่สูงในช่วง 1H63 ทำให้คาดจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรกลุ่มใน 3Q63
► แม้เรามองว่าหุ้นกลุ่มแบงก์เป็นกลุ่มที่ Underperform ตลาดอยู่มาก และหลายตัวซื้อขายด้วย ระดับ PBV ต่ำเพียง 0.4-0.6x แต่ด้วยความเสี่ยงที่ NPL จะเริ่มปรับตัวขึ้นในช่วงปลายปี ทำให้ เราแนะนำลงทุนในหุ้นแบงก์ที่ผ่านการตั้งส ารองก้อนใหญ่ไปแล้วในช่วง 1H63 เป็นหลัก ได้แก่ KBANK (BK:KBANK)(TP@98.50), BBL(TP@126) และ TISCO(TP@85) เนื่องจากมีความเสี่ยงที่กำไรใน 2H63 จะถูกรบกวนด้วยการตั้งสำรองเพิ่มน้อยกว่าแบงก์อื่น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








