KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Investment Ideas: ภาพรวมการลงทุนวันนี้– เราคาดว่าวันนี้ (18 ส.ค.) ตลาดหุ้นไทย ยังคงผันผวน เราเชื่อว่าปัจจัยบวกจาก การคาดหมายเศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวในช่วง 2H63 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน จะส่ง ผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นในภูมิภาคไม่มาก แต่ยังคงต้องระวังความเสี่ยงจากสถานการณ์ การค้าโลก และโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงยังไม่เป็นที่น่าสนใจในการลงทุน พิจารณาจากราคาทองคำที่กลับมาฟื้นตัว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง โดยสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายประเทศเริ่มกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ รวมทั้งมาตรการการค้าของ สหรัฐฯ ที่มีต่อบริษัทหัวเว่ยที่รุนแรงมากขึ้น
ประเด็นการค้าโลกเริ่มรุนแรง หลังสหรัฐฯ ยกระดับการกีดกันการค้ากับ “หัวเว่ย” – กระทรวงพาณิชย์ สหรัฐฯ ประกาศยกระดับมาตรการกีดกัน บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี (ธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน) เพื่อ เป็นการปิดช่องทางการไม่ให้เข้าถึงชิปและเทคโนโลยีของบริษัทหัวเว่ย รวมไปถึงการเพิ่มบริษัทในเครือ หัวเว่ยลงบัญชีดำอีก 38 แห่ง ทำให้ยอดรวมบริษัทในเครือของหัวเว่ย ถูกขึ้นบัญชีดำรวม 152 แห่ง นับตั้งแต่ สหรัฐฯ เริ่มขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ยเมื่อ พ.ค. 2562 โดยบริษัทเหล่านี้ถูกขึ้นบัญชีดำเพราะสหรัฐฯ มองว่า หัวเว่ยอาศัยบริษัทกลุ่มนี้เพื่อฉวยประโยชน์จากเทคโนโลยีสหรัฐฯ รวมทั้งการพัฒนาเครือข่ายสื่อสารไร้สาย 5G ยังเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ แม้ที่ผ่านมาบริษัทหัวเว่ยจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม
จีนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านตลาดเงิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องเป็นเวลา 1 ปี - ธนาคารกลางจีน (PBOC) อัดฉีดเงิน สดเข้าสู่ระบบการเงินผ่านการดำเนินการทางตลาด (Open Market Operations: OMO) ผ่านทางโครงการ เงินกู้ระยะกลาง (MLF) วานนี้ (17 ส.ค.) เพื่อรักษาสภาพคล่องในตลาด จำนวน 7 แสนล้านหยวน (ประมาณ 1 แสนล้านเหรียญ) โดยโครงการดังกล่าวมีอายุการไถ่ถอนในระยะเวลา 1 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 2.95%
สภาพัฒน์ฯ รายงาน GDP ไทย 2Q63 หดตัว 12.2%YoY - สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาพรวมเศรษฐกิจไทย 2Q63 หดตัว 12.2%YoY ทำให้ GDP ไทยในช่วง 6M63 หดตัว 6.9%YoY โดย สศช. ประเมินว่า 2Q63 จะเป็นจุดที่ต่ำสุดของปี 2563 และคาดหวังจะเห็นเศรษฐกิจไทย กลับมาฟื้นตัวในช่วง 3Q63 และ 4Q63 รายงาน GDP ในช่วง 2Q63 หดตัวน้อยกว่าคาด และหดตัวน้อยกว่า เมื่อเทียบกับช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งที่เศรษฐกิจไทยหดตัว 12.5% ภาพรวมเศรษฐกิจไทย 2Q63 ได้รับผลกระทบ จากมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เข้มงวด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดดำเนินการชั่วคราว รวมทั้งอุปสงค์จากต่างประเทศที่หดตัว ทั้งภาคการท่องเที่ยว (ผลกระทบจาก มาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ) และการส่งออกสินค้า (ผลกระทบจากอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า ที่อ่อนแอ) ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ
สภาพัฒน์ฯ คาดปี 2563 เศรษฐกิจไทยหดตัว 7.5% - สศช. คาดเศรษฐกิจไทยปี 2563 หดตัว 7.5% ถึงหด ตัว 7.8% (เดิมคาดหดตัว 5% ถึง 6%) โดยปัจจัยกดดันมาจากสถานการณ์โควิด-19 ในปี 2563 จำนวน นักท่องเที่ยวที่ลดลง จากผลของมาตรการปิดน่านฟ้า และความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดย สศช. ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวประมาณ 4.5%
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่มีกำหนดรายงานวันนี้ - สหรัฐฯ รายงานจำนวนใบอนุญาตก่อสร้าง (Building Permits) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.295 ล้านยูนิต) จำนวนบ้านใหม่ที่กำลังก่อสร้าง (Housing Starts) เดือน ก.ค. (คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.230 ล้านยูนิต)
ประเด็นที่น่าสนใจสัปดาห์นี้ - ติดตามการประชุมคณะกรรมการก าหนดนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 18-19 ส.ค. ประเด็นสำคัญอยู่ที่การกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด กลางสัปดาห์ (19 ส.ค.) ติดตามการประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลัง การผลิต (JMMC) ของกลุ่ม OPEC+ (เรามีมุมมองเป็นลบ เชื่อว่ายังไม่ใช่เวลาที่สมาชิกจะมีมติในการปรับเพิ่ม สัดส่วนการลดกำลังผลิต) และช่วงปลายสัปดาห์ให้ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และ ภาคบริการ ของทั้งสหรัฐฯ และยูโรโซน
มุมมองทางเทคนิค – เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,307-1,329 จุด (มีแนวรับอยู่ที่ 1,314 1,307 และ 1,299 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,322 1,329 และ 1,338 จุด) หุ้นแนะนำทางเทคนิควันนี้ ได้แก่ MAJOR TRUE WHA CENTEL และ PTTGC
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








