KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Event
► บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิใน 1Q63/64(งวดสิ้นสุด มิ.ย 63) ที่ 179 ล้านบาท แย่กว่า 4Q62/63 ที่มีผลขาดทุน 129 ล้านบาท และ 1Q62/63 ที่มีกำไรสุทธิ38 ล้านบาท
► รายได้จากการให้บริการ ปรับลดลง 16%QoQ และ 26%YoY เหลือ 512 ล้านบาท ซึ่งเป็น ผลกระทบของ COVID-19 ทำให้ลูกค้ามีการยกเลิกโฆษณา หรือลดงบโฆษณาลงจากเดิม โดยรายได้ธุรกิจสื่อโฆษณาลดลง 45%YoY เหลือ 144 ล้านบาท (แบ่งตามภูมิภาค สื่อ โฆษณาในประเทศปรับลดลง 47%QoQ และ 63YoY เหลือ 97ล้านบาท สื่อโฆษณา ต่างประเทศปรับลดลง 46%QoQ เหลือ 47ล้านบาท) รายได้จากการให้บริการด้านระบบ ครบวงจร ลดลง 14%YoY เหลือ 368 ล้านบาท
► ประสิทธิภาพในการทำกำไรลดลง ตามรายได้ที่ปรับลดลง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 6%YoY จาก การควบรวมงบการเงินแบบเต็มไตรมาสของสื่อโฆษณาในต่างประเทศ VGI Global media (Malaysia) Sdn.Bhd (VGM) ตั้งแต่เดือน ก.ค. ซึ่ง VGM มีโครงสร้างต้นทุนที่สูงกว่าสื่อใน ประเทศ ส่งผลให้EBITDA Margin ปรับลดลง จาก 4Q62/63 ที่ -10.7และ 1Q62/63 ที่ 16.2% เหลือ -11.5%
► บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า และบริษัทร่วม 92 ล้านบาทสาเหตุจาก จำนวนผู้โดยสารที่ลดลงของระบบขนส่งมวงลชนในประเทศอินโดนีเซีย และขาดทุนจากการ ด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์ 34 ล้านบาท
► บริษัทแจ้งมติประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติการปรับค่าตอบแทนขั้นต่ำภายใต้สัญญา บริหารจัดการสื่อโฆษณาให้กับ PLANB 1)ปรับลดอัตราค่าตอบแทนขั้นต่ำตลอดอายุ สัญญาจาก 175 ล้านบาท /ไตรมาส เหลือ 169.11 ล้านบาท/ไตรมาส เนื่องจากบริษัทมี จำนวนป้ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภายหลังกระบวนการปรับปรุงโครงสร้างสินทรัพย์2) ปรับลดอัตราค่าตอบแทนขั้นต่ำสำหรับรอบ 1 ก.ค.-30 ก.ย.63 จาก 169.11 ล้านบาท/ไตร มาส เหลือ 84 ล้านบาท/ไตรมาส คิดเป็น 49.67% ของอัตราค่าตอบแทนขั้นตำ่เนื่องจาก จำนวนป้ายที่ลดลงและสถานการณ์ที่ไม่ปกติPLANB ได้รับผลกระทบจาก COVID-19
Our Take
► ในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าผลประกอบการจะเริ่มดีขึ้น หลังลูกค้าเริ่มกลับมาใช้งบโฆษณา มากขึ้น แต่คาดว่ายังมีผลขาดทุน ภาพรวมปี2563 เราคาดบริษัทมีผลขาดทุนสุทธิราว 410 ล้านบาท เทียบปีก่อนที่มีกำไร 161 ล้านบาท
► สำหรับประเด็นลบที่ครม.อนุมัติการขึ้นอัตราภาษีป้ายโฆษณา ซึ่งจะมีผลตั้งแต่1 ม.ค.64 ยัง ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากทางรัฐบาล แต่บริษัทให้ข้อมูลว่าไม่น่าจะกระทบ ต่อกำไรสุทธิเกิน 3%
► เราไม่ได้ Cover หุ้น MACO เรามีมุมมองเป็นลบในระยะสั้น ซึ่งบริษัทยังต้งเผชิญ สถานการณ์ยากลำบาก จากเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลงจากผลกระทบจาก COVID-19 ขณะที่ การรุกตลาดต่างประเทศยังต้องใช้เวลา แต่เราก็มองว่าผลประกอบการน่าจะผ่านจุดที่แย่ สุดไปแล้ว และจะพลิกกลับมามีกำไรได้ในปีหน้าหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








