KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
กำไรสุทธิ 2Q63 ที่ 1,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการโอน แนวราบ และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JVs ที่โดดเด่น
► ยอด Presales 2Q63 ที่ 9,040 ล้านบาท เติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดย โครงการแนวราบทำสถิติยอดขายสูงสุดในประวัติการณ์
► เดินหน้าเปิด 27 โครงการแนวราบ หลังได้รับผลตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา
► คาดการโอน 3Q63 อาจชะลอตัวลง QoQ และกลับมาโดดเด่นอีกครั้งใน 4Q63
► เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ขึ้น 10% เป็น 3,360 ล้านบาท หลังการ โอนโครงการแนวราบทำได้ดีกว่าที่เราคาด
► ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 7.50 บาท อิง PER 7.0 เท่า
รุกเปิดโครงการแนวราบในช่วง 2H63 บริษัทเตรียมเปิด 27 โครงการ ในช่วง 2H63 มูลค่ารวม 28,185 ล้านบาท โดยโครงการ ทั้งหมดที่เปิดเป็นแนวราบ นอกจากนี้ได้มีแผนเปิดโครงการในต่างจังหวัดตามหัวเมืองต่างๆ อีก 5 โครงการ ซึ่งคาดว่าจะเป็น Upside รายได้ให้แก่บริษัทในปี 2564-65 และนับเป็น การกลับมารุกตลาดในต่างจังหวัดอีกครั้ง ภาพรวมปี 2563 บริษัทเปิดโครงการแนวราบ รวมทั้งสิ้น 41 โครงการ มูลค่า 43,660 ล้านบาท
โดยเราคาดว่าการเปิดโครงการในช่วงที่ เหลือของปี 2563 จะช่วยหนุนยอด Presales ให้เป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งไว้ 35,000 ล้านบาท แม้จะไม่มีการเปิดโครงการคอนโดมิเนียม โดย YTD ท ายอด Presales ได้แล้ว 18,200 ล้านบาท คิดเป็น 52% จากเป้าที่ตั้งไว้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2563 ขึ้น 10% สะท้อนถึงการดำเนินงานที่โดดเด่น เราปรับประมาณการรายได้ในปี 2563 เพิ่มขึ้น 9.6% โดยเป็นการปรับเพิ่มในส่วนของ รายได้จากโครงการแนวราบ หลังยังมีกำลังซื้อจาก Real Demand สะท้อนผ่าน Presales ในช่วง 2Q63 ที่ผ่านมา ที่นับเป็นจุดสูงสุดในประวัติการณ์ของบริษัท
นอกจากนี้เรายังปรับ เพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้น 80bps เป็น 29.8% หลังคาดว่าอัตรากำไรขั้นในช่วง 2Q63 จะ เป็นจุดต่ำสุดของปี ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้น 10.3% เป็น 3,360 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2Q63 ที่ 1,215 ล้านบาท (+149%YoY และ +97%QoQ) ก่อนหน้านี้บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q63 ที่ 1,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ รวมทั้งดีกว่าประมาณการของเรา 15% หลังบริษัทมียอดรายได้รวมที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 64%YoY เป็น 7,792 ล้านบาท หนุนจากโครงการแนวราบที่มีการโอนเพิ่มขึ้น 108%YoY เป็น 6,732 ล้านบาท ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ JVs ที่เพิ่มขึ้น 297%YoY เป็น 664 ล้านบาท นับเป็นกำไรส่วนแบ่งที่เยอะสุดนับจากบริษัทได้มีการ JVs หนุนจาก การโอนโครงการ Life ลาดพร้าว และ Life One Wireless เต็มไตรมาส ในส่วนของอัตรา กำไรขั้นต้นได้ปรับตัวลง 370bps เหลือ 29.6% หลังบริษัทมีการทำแคมเปญเพื่อระบายส ต๊อกโครงการ
แต่ในส่วนของ SG&A/Sales ได้มีการควบคุมที่ดีขึ้น โดยเน้นการใช้ช่องทาง Online ในการทำการตลาด ส่งผลให้ลดลง 440bps เหลือ 19.5%
ปรับคำแนะำเป็น “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 7.50 บาท เรามีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการในช่วง 1H63 ของบริษัท โดยเฉพาะใน 2Q63 ที่ ออกมาอย่างโดดเด่น ซึ่งหนุนจากผลการดำเนินงานในโครงการแนวราบ และโครงการ JVs ทำให้เรามองว่าในช่วง 2H63 บริษัทจะยังสามารถรักษาผลประกอบการให้อยู่ในระดับที่ดี ต่อเนื่องได้ หนุนจากทั้ง Backlog ที่จะรับรู้จากคอนโดมิเนียม (รวมโครงการ JVs) กว่า 9,000 ล้านบาท และยังมีโครงการแนวราบที่จะทยอยรับรู้อีก 9,100 ล้านบาท ทำให้เรา ปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้น 10.3% เป็น 3,360 ล้านบาท และปรับมูลค่าเหมาะสมเป็น 7.50 บาท อิง PER 7.0 เท่า (เดิม 6.20 บาท อิง PER 6.7 เท่า)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








