KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)
รายงานผลประกอบการ 2Q63 พลิกกลับมาเป็นก าไร
บริษัทรายงานก าไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 1,671 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 8,784 ล้านบาท ใน 1Q63 ที่ผ่านมา แต่ยังคงลดลง 40%YoY
ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น และโรงกลั่นยังคงอ่อนแอ
Demand ปิโตรเคมีฟื้น หนุนก าไรปกติ 3Q63 เติบโตต่อเนื่อง
ราคา HDPE ล่าสุดอยู่เหนือ 900 เหรียญต่อตัน ฟื้นตัวอย่างมีนัยส าคัญ
ยังแนะน า “ซื้อ” คาด 2H63 จะกลับมาฟื้นตัว อย่างค่อยเป็นค่อยไป
ผลประกอบการเริ่มสะท้อน ผลของการด าเนินงานที่แท้จริง
บริษัทรายงานก าไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 1,671 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุน 8,784 ล้านบาท ใน 1Q63 ที่ผ่านมา แต่ยังคงลดลง 40%YoY ผลประกอบการที่ฟื้นตัว QoQ เป็นผลมาจาก (1) การ รับรู้ผลขาดทุนจาก Stock และการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่ได้รับของสินค้าคงเหลือ (NRV) ที่ ลดลง โดย 2Q63 บริษัทมี Stock loss รวม NRV ขาดทุน 899 ล้านบาท ลดลงจาก 1Q63 ที่ ขาดทุน 8,906 ล้านบาท และ (2) ก าไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,501 ล้านบาท พลิกจากผล ขาดทุน 2,193 ล้านบาท เพียงพอชดเชย ผลขาดทุนจากการท าสัญญาป้องกันความเสี่ยง 340 ล้านบาท โดย 1Q63 บริษัทมีก าไรจากการท า Hedging มากถึง 1,187 ล้านบาท
ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น และโรงกลั่นยังคงอ่อนแอ
1. ธุรกิจการกลั่น บริษัทจะมีค่าการกลั่น (Market GRM) อยู่ที่ 2.31 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 34%QoQ โดยบริษัทใช้อัตราการกลั่นที่ 102% ลดลง 1% จาก 1Q63 ขณะที่ ความต้องการใช้น ามันในประเทศลดลงจากผลของมาตรการล็อกดาวน์ ท าให้บริษัท ต้องวางแผนการกลั่น ด้วยการลดการผลิตน ามันอากาศยานลงตั งแต่ พ.ค. และเพิ่ม สัดส่วนการผลิตน ามันดีเซล เพื่อลดผลกระทบจากความต้องการใช้น ามันในประเทศที่ ลดลง อย่างไรก็ตามภารพวม Demand ที่อ่อนแอ เป็นปัจจัยกระทบค่าการกลั่น
2. ธุรกิจอะโรเมติกส์ เราคาดว่า Market P2F จะอยู่ที่ 176 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ น 8%QoQ แม้ราคาผลิตภัณฑ์หลักจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ ต้นทุนผลิตปรับลดลงมากกว่าตามทิศทางราคาน ามัน ท าให้ส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Px-Condensate)อยู่ที่ 271 เหรียญต่อตัรน เพิ่มขึ น 4%QoQ โดยบริษัทมีอัตราผลิต (BTX Utilization) อยู่ที่ 99% เพิ่มขึ นจาก 1Q63 ที่ 97%
3. ธุรกิจโอเลฟินส์ (Olefins and Derivatives) เอทิลีน ได้รับปัจจัยบวกจากการกลับมา เดินเครื่องโรงงานในกลุ่มธุรกิจโอเลฟินส์และโพลีเอทิลีนเต็มก าลังผลิต 100% (1Q63 อยู่ที่ 81%) เนื่องจาก 1Q63 บริษัทมีการหยุดซ่อมโรงงานโอเลฟินส์ 2/1 (39 วัน) และ โรงงานโอเลฟินส์ 2/2 (35 วัน) รวมไปถึงก าลังผลิตของโรงงานโพลีเอทิลีนเพิ่มขึ นเป็น 102% (1Q63 อยู่ที่ 89%) เนื่องจากในช่วง 1Q63 บริษัทมีการหยุดซ่อมโรงงาน HDPE (15วัน) ขณะที่ส่วนต่างราคา HDPE อยู่ที่ 486 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ น 22%QoQ อย่างไรก็ตามราคา HDPE ยังคงลดลง 9%QoQ จากผลของภาพรวม เศรษฐกิจที่อ่อนแอจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
Demand ปิโตรเคมีฟื้น หนุนก าไรปกติ 3Q63 เติบโตต่อเนื่อง
ธุรกิจปิโตรเคมียังคงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากผลของการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในหลาย ประเทศ โดยเฉพาะจีนที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศอื่น ท า ให้เกิด Demand ที่เพิ่มขึ นในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนจากการฟื้นตัวของราคา HDPE ที่ล่าสุดอยู่สูง กว่า 900 เหรียญต่อตัน (HDPE Price 3Q63QTD อยู่ที่ 900 เหรียญ เพิ่มขึ น 18.3%QoQ) เป็น ปัจจัยหนุนผลประกอบการ 3Q63
ยังแนะน า “ซื้อ” คาด 2H63 จะกลับมาฟื้นตัว อย่างค่อยเป็นค่อยไป
เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการ 3Q63โดยเฉพาะในช่วงที่ราคา Naphtha เริ่ม ฟื้นตัวจะยิ่งท าให้ PTTGC มีความได้เปรียบในด้านต้นทุนผลิต ท าให้เรายังคงแนะน า “ซื อ” ด้วย ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 58 บาท
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








