KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
(BK:GPSC) รายงานกำไรสุทธิ 2Q63 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 1,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%QoQ และเพิ่มขึ้น 75%YoY
กำไรขั้นต้น 2Q63 เพิ่มขึ้น QoQ ในทุกกลุ่มธุรกิจ
4 ปัจจัยบวก หนุนผลประกอบการ 2H63 แข็งแกร่งต่อเนื่อง
เราชอบ GPSC เนื่องจากเป็น Flagship ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้า ในกลุ่ม PTT (BK:PTT) ขณะที่ยังมีโครงการเพิ่มกำลังผลิต หนุนการเติบโตของกำไรในระยะยาว
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 90 บาท
รายงานกำไรสุทธิ 2Q63 ดีขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 1,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%QoQ และเพิ่มขึ้น 75%YoY หากไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดจาก (1) การ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และ (2) ค่าตัดจำหน่าย (Amortization) มูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิที่ได้จากการซื้อกิจการ GLOW จะทำให้บริษัท มีกำไรปกติอยู่ที่ 2,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16%QoQ และเพิ่มขึ้น 57%YoY
กำไรขั้นต้น 2Q63 เพิ่มขึ้น QoQ ในทุกกลุ่มธุรกิจ
ผลประกอบการเติบโตทั้ง QoQ และ YoY เป็นผลมาจาก (1) กลุ่มธุรกิจ IPP มีรายได้ค่าความ พร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้ํา GHECO One ที่เพิ่มขึ้น ตามอัตราค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้ํา และ อัตราค่าความผันแปรตามฤดูกาล (weight factor) ที่สูงกว่า 1Q63 รวมไปถึงรายได้จากโรงไฟฟ้ํา ห้วยเหาะที่เพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามหากเทียบ YoY กลุ่มธุรกิจ IPP กำไรขั้นต้นที่ลดลง เนื่องจากรายได้จากโครงการ GHECO One ที่ลดลง ตามโครงสร้างรายได้ค่า ความพร้อมจ่ายตามโครงสร้างรายได้ PPA และรายได้จากโรงไฟฟ้าห้วยเหาะที่ลดลงจาก การ ผลิตไฟฟ้าที่ลดลงตามปริมาณน้ำ (2) กลุ่มธุรกิจ SPP (กลุ่มธุรกิจหลัก มีสัดส่วนกำไรขั้นต้น 69% ใน 2Q63) มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบ QoQ จาก Demand การใช้ไฟฟ้าและไอน้ำ ของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มมากขึ้น เพียงพอชดเชยรายได้ของ GLOW SPP5 ที่มีรายได้ ลดลงจากการหยุดผลิตนอกแผน ในช่วง มิ.ย. 63 และ (3) กลุ่ม VSPP รับรู้รายได้จากการขาย ไฟฟ้าของ GRP เต็มไตรมาสครั้งแรก (ซื้อกิจการเมื่อ 6 มี.ค. 63) รวมไปถึงรายได้จากโรงไฟฟ้า พลังแสงอาทิตย์ โครงการ ISP-1 ในประเทศญี่ปุ่น ที่เพิ่มขึ้น ด้านส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนยังคง เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY แม้ 2Q63 จะยังมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากโครงการไซยบุรีจำนวน 59 ล้านบาท แต่ลดลงจาก 1Q63 ที่มีผลขาดทุน 176 ล้านบาท
4 ปัจจัยบวก หนุนผลประกอบการ 2H63 แข็งแกร่งต่อเนื่อง
โดยบริษัทรายงานก าไรสุทธิ 6M63 อยู่ที่ 3,476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.8%YoY คิดเป็น 46% ของ ประมาณการก าไรสุทธิปี 2563 ที่เราประเมินไว้ที่ 7,515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85%YoYเรามีมุมมอง เป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปี 2563 จาก (1) การรับรู้ส่วนแบ่งก าไร จากเงินลงทุนในโครงการไซยบุรีที่ดีกว่า 6M63 เนื่องจากเป็นช่วง High season โดย 6M63 บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากโครงการดังกล่าวรวม 235 ล้านบาท (2) ต้นทุนก๊าซฯ ที่ลดลง อย่างมีนัยส าคัญตามการปรับลดลงของราคาน้ ามันดิบในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จะท าให้ต้นทุน การผลิตไฟฟ้าของกลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP ลดลง เพียงพอชดเชยอัตราก าไรขั้นของกลุ่มธุรกิจ โรงไฟฟ้า IPP ที่จะลดลงจาก weight factor ที่ปรับลดลงตามฤดูกาล และปัจจัยลบต่อธุรกิจ โรงไฟฟ้า SPP จากการปรับลดค่า Ft ของ กกพ. ในรอบเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2563 (3) แนวโน้ม ดอกเบี้ยจ่ายที่คาดว่าจะทยอยปรับลดลง และ (4) ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น หลังผ่อนคลาย มาตรการล็อกดาวน์ ท าให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับสู่ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ 90 บาท
เราชอบ GPSC จากการคาดหมายผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่งในปี 2563 รวมไปถึง แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวจากโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้งโครงการโรงไฟฟ้า (โครงการเพิ่มก าลังผลิต โรงไฟฟ้า NNEG โครงการ SPP Replacement (Glow Energy Phase 2) โครงการ ERU) โครงการผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ และโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจร (WTE) ซึ่งจะทยอยเริ่มด าเนินงานตั้งแต่ปลายปี 2563 – 2566 รวมไปถึงจุดแข็งของ GPSC ที่เป็น Flagship ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ในกลุ่ม PTT ท าให้เราแนะน า “ซื้อ”
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








