KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
2Q ขาดทุนสุทธิใกล้เคียงคาด 2Q63 รายงานขาดทุนสุทธิ344 ล้านบาท ใกล้เคียงกับคาดการณ์ของเราที่ 323 ล้านบาท พลิกจากกำไร 239 ล้านบาทใน 1Q63 และขาดทุนเพิ่มขึ้นจาก 22 ล้านบาทใน 2Q62 สาเหตุหลักมาจาก 1) ผลขาดทุน สต็อกน้ำมันปาล์ม (CPO) สูง 374 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 92 ล้านบาทใน 1Q63 และขาดทุน 58 ล้าน บาทใน 2Q62) สอดคล้องราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ดิ่งลงจาก 33.9 บาท/กก.ใน 1Q63 เหลือ 22.0 บาท/กก.ใน 2Q63 2) ผลการดำเนินงานธุรกิจไบโอดีเซลอ่อนแอลง QoQ กดดันจากอัตรากำไรที่ลดลงสอดคล้อง ราคาไบโอดีเซลที่เหลือ 26.3 บาท/ลิตร (-31% QoQ, +24% YoY) และปริมาณขายต่ำลง (-1% QoQ, -10% YoY) ตามปริมาณการสัญจรเดินทางที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง 3) ส่วนแบ่งกำไรจากการ ลงทุนพลิกเป็นขาดทุน 11 ล้านบาท เทียบกับกำไร 59 ล้านบาทใน 1Q63 อย่างไรก็ตาม 4) ผลการดำเนินงานหลักของธุรกิจแฟตตี้แอลกอฮอล์ฟื้นตัว QoQ โดย Adjusted EBITDA พลิกเป็นบวก จากปริมาณขายที่สูงขึ้น (+17% QoQ, +1% YoY) เพราะตลาดส่งออกฟื้นตัวภายหลังจีนเปิดประเทศ และ อัตราก าไร (P2F) ดีขึ้น +7% QoQ จากการปรับตัวลงของราคาวัตถุดิบ CPKO
คาด 3Q63 ฟื้นตัว QoQ, YoY จากฐานต่ำแนวโน้มผลประกอบการ 3Q63 ฟื้นตัว QoQ และ YoY จากฐานต่ำเพราะผลขาดทุนจากสต็อกจำนวนมาก ไม่น่าเกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม คาดว่าการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานหลักยังถูกจำกัด และไม่โดดเด่น โดยประเด็นบวกจากการเดินทาง-กิจกรรมเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมาเป็นปกติภายหลังเปิดเมือง และอัตรากำไร ของไบโอดีเซลที่สูงขึ้นจากอุปทานปาล์มในประเทศที่ตึงตัวเพราะเข้าสู่ช่วงผลผลิตน้อย จะถูกชดเชยด้วย ความต้องการใช้ไบโอดีเซลที่ลดลงจากการเข้าสู่ฤดูฝน และแผนปิดซ่อมบ ารุงโรงงานแฟตตี้แอลกอฮอล์ช่วง ปลายเดือนส.ค. และธ.ค. จำนวน 15 วัน
ปรับกำไรสะท้อน COVID-ขาดทุนสต็อก...การตั้งสำรองเป็นความเสี่ยง เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี2563-2564 ลง 2-70% เป็น 173 ล้านบาท และ 584 ล้านบาท ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และการบันทึกขาดทุนสต็อกน้ำมันปาล์มจำนวน 282 ล้านบาทใน 1H63 ทั้งนี้ประมาณการของเรายังไม่ได้รวมผลกระทบจากการตั้งสำรองกรณีคดีเรียกร้องค่าเสียหายของ ACAP จ านวน 289.5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปี(หรือราว 350-400 ล้านบาท เมื่อรวมอัตราดอกเบี้ย) คาดว่าบริษัท และผู้ตรวจสอบบัญชีจะพิจารณาในประเด็นนี้อีกครั้งช่วงการรายงานงบปี2563 จึงถือเป็นความเสี่ยงที่เราและตลาดยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ
เก็งกา ไรตามราคาน้ำมันปาล์ม ...ยังไม่เหมาะลงทุนระยะยาว เราปรับไปใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี2564 ที่ 9.20 บาท (คงเดิม) แม้ระยะสั้นหุ้นได้Sentiment บวกจาก ราคาน้ำมันปาล์มในมาเลเซียในที่สูงขึ้นจากอุปทานที่ตึงตัวจากปัญหาการส่งออกของอินโดนีเซียที่มี COVID-19 แพร่ระบาด เหตุการณ์น้ำท่วมในมาเลเซีย และอุปสงค์ที่สูงขึ้นจากจีน อย่างไรก็ตาม ทางพื้นฐานแนะนำเพียงการ TRADING เนื่องจาก 1) ผลการดำเนินงานระยะสั้นยังไม่โดดเด่น 2) ประมาณการ ปี 2563 ของตลาดมีDownside 3) ความสามารถการจ่ายปันผลงวดปี2563 ถูกจำกัด (คาดไม่มีเงินปันผล งวด 1H63) ด้วยกำไรสะสมที่ได้รับผลกระทบจากขาดทุนสต็อกน้ำมันปาล์ม และความเสี่ยงจากการถูกตั้งสำรองคดีความ ACAP
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








