KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
คาด 2Q63 เติบโต QoQ จากปริมาณขายไฟฟ้า และประสิทธิภาพสูงขึ้น สำหรับ 2Q63 เราคาดผลประกอบการจะมีกำไรสุทธิ 1,159 ล้านบาท ลดลง -7% YoY แต่เทียบกับ 1Q63 ผลประกอบการเติบโต +20% QoQ โดยคาดรายได้อยู่ที่ 2,838 ล้านบาท ขยายตัว +12% QoQ และ +10% YoY หนุนจากปริมาณขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าที่เป็นไปอย่างราบรื่น เทียบกับไตรมาสก่อนที่มีปัญหาจากสายส่งส่วนกลาง นอกจากนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 46.7% ลดลง -500bps YoY แต่ดีขึ้น +230bps QoQ จากประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่ดีขึ้น
ผลการดำเนินงานทรงตัวระดับสูง...คาดแตะระดับสูงสุดในปีนี้-ปีหน้าแนวโน้ม 3Q63 เราคาดผลการดำเนินงานปกติจะทรงตัว QoQ ในระดับสูง หนุนจากการลงทุนติดตั้ง Boiler ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กำรผลิตไฟฟ้าของบริษัทมีเสถียรภาพแม้เป็นช่วงปิดซ่อมบำรุง หากผลประกอบการ 2Q63 เป็นไปตามคาด กำไรปกติ1H63 จะคิดเป็น 47% ของทั้งปี เราคงประมาณการ กำไรปกติปี 2563 ที่ 4,608 ล้านบาท (+3% YoY) และปี 2564 ที่ 4,739 ล้านบาท (+3% YoY) ขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
ติดตามการประมูล TOR โครงการใหม่ พร้อมโอกาสเข้าลงทุนโรงไฟฟ้า ผลประกอบการของ TPIPP จะขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง กระทั่งปี 2565 ที่โรงไฟฟ้ำ TG-3 และ TG-5 ซึ่งมีสัญญาขายไฟฟ้า 18 MW และ 55 MW กับ EGAT จะเริ่มสิ้นสุดกำรได้รับค่าไฟฟ้ำส่วนเพิ่ม (Adder) อย่างไรก็ตาม หากบริษัทสามารถเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในมือในช่วง 1-2 ปีนี้ได้ จะช่วยรักษาฐานกำไรให้มีเสถียรภาพต่อไป เราแนะนำให้ติดตามการเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะแห่งใหม่ในจังหวัดสงขลา ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดจำหน่ายเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) ในอีก 1-2 เดือน ข้างหน้า เราคาดหวังโอกาสกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้ำดังกล่ำว 10-20 MW และคาดรู้ผลผู้ชนะประมูล ภายในสิ้นปี 2563 นอกจากนี้ ฐานะการเงินที่มั่นคงด้วยอัตราส่วน D/E ต่ำเพียง 0.4x เงินสดในมือสูง 1.1 พันล้านบาท กระแสเงินสดมั่นคงจากโรงไฟฟ้าในมือปัจจุบันสามารถสร้าง EBITDA ได้ 5-6 พันล้านบาท/ปี รวมทั้งประสบการณ์ความเป็นผู้นำในธุรกิจโรงไฟฟ้ำเชื้อเพลิงขยะ เรามองว่าบริษัทมีโอกาสสร้างการเติบโตจากการเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้ำที่เริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้าแล้ว เพื่อเป็นการรักษาฐานกำไรให้อยู่ระดับสูงภายหลังโรงไฟฟ้าเดิมเริ่มสิ้นสุด Adder โดยประเด็นดังกล่าวถือเป็น Upside ที่ ไม่ได้รวมไว้ในประมาณการของเรา และตลาด
มูลค่าโรงไฟฟ้าปัจจุบันที่น่าสนใจ พร้อม Upside จากโอกาสที่เปิดกว้าง เราคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 ที่ 5.00 บาท แนะนำ“ซื้อ” จากมูลค่าของโรงไฟฟ้าในมือ ณ ปัจจุบันที่น่าสนใจ ด้วย PER ระดับ 7.4x และมีผลตอบแทนจากเงินปันผล 7.4% ต่อปี ซึ่งประเมินบน สมมติที่ระมัดระวัง เพราะอ้างอิง Payout ratio ที่ 50-55% เทียบกับนโยบายปันผลของบริษัทที่ 50% และสถิติตั้งแต่เข้าตลาดปี 2560-2562 ที่ 73-110% หรือ 0.34-0.40 บาท/หุ้น นอกจากนี้ ประมาณการ และราคาเหมาะสมของเรายังมี Upside จากการเข้าประมูล-เข้าลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ ซึ่งเรามองว่าบริษัทมีเงินทุน-ประสบการณ์พร้อมเข้าลงทุนทันทีเมื่อมีโอกาสเข้ามา
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








