KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุนวันนี้– ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยรายงานออกมาดีกว่า คาดจะกลับมาเป็นปัจจัยหนุนการลงทุน แต่เรามองเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น โดยตลาดยังคงมี ความเสี่ยงจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ความล่าช้าของการออกมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจทั้งของไทยและสหรัฐฯ รวมไปถึงความกังวลต่อสถานการณ์ COVID-19 ใน ต่างประเทศ โดยประเด็นในประเทศที่น่าติดตามอยู่ที่การทยอยประกาศผลประกอบการของ บริษัทจดทะเบียน และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พรุ่งนี้ (5 ส.ค.) กลยุทธ์การลงทุนเรายังคงเน้นหุ้นในกลุ่ม Domestic Play และ Defensive Stock อย่าง HMPRO BJC CBG TTW EASTW BCPG CKP GPSC DIF INTUCH และ EGCO รวมไปถึงหุ้น ในกลุ่มที่ถูกคาดหมายผลประกอบการ 2Q63 แข็งแกร่งได้แก่ ASIAN CPF TU OSP TASCO STA STGT COM7 PTG BAM JMT และ GULF
การประชุม กนง. พรุ่งนี้ เราคาดว่า ธปท. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% - เราประเมินว่า ธปท. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมในการประชุม กนง. วันที่ 5 ส.ค. เนื่องจาก (1) ปัจจุบัน ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 0.5% ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่่ามาก (2) การใช้เครื่องมือทางการเงินและ การคลังจ่านวนมากในช่วงที่ผ่านมา ในการช่วยเหลือ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ (3) การที่ ศบค. ผ่อนคลายมาตรการให้ธุรกิจ สามารถกลับมาดำเนินงานตามปกติได้ และ (4) ธปท. ยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผู้ว่าการธนาคารแห่ง ประเทศไทย ท่าให้เราเชื่อว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงจากความล่าช้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล อาจเป็นปัจจัยที่ท่าให้ ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%
BoT รายงานดัชนีเชื่อมั่นทางธุรกิจ ก.ค. เพิ่มขึ้น - ธปท. รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ก.ค. 63 อยู่ที่ 42.9 (เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 38.5) เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ปรับดีขึ้นเกือบทุกธุรกิจ แต่ยังต่่ากว่า 50 ทุกภาคธุรกิจ สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยังคงอยู่ในระดับต่่า แต่มีสัญญาณการปรับตัวที่ดีขึ้น
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป ดีกว่าคาด - โดยสหรัฐฯ เปิดเผยผลส่ารวจ ดัชนีภาค การผลิตของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. อยู่ที่ 54.2 สูงกว่าที่คาด (สูงสุดนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 62) และเพิ่มขึ้น จาก 52.6 ในเดือน มิ.ย. ด้านยุโรปเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นสุดท้าย เดือน ก.ค. ของ ยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 51.8 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือน มิ.ย. – ก.ค. ที่ 47.4 และ 51.1 ตามล่าดับ ปัจจัย บวกมาจากหลายประเทศผ่อนคลายล็อกดาวน์ รวมไปถึงตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ ที่มีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านต่าแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลง 10.7% โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีก่าหนดเปิดเผยในวันศุกร์ (7 ส.ค.)
ยังต้องติดตาม การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ - การเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและ ท่าเนียบขาว เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการ ช่วยเหลือคนว่างงาน ซึ่งได้หมดอายุไปเมื่อสิ้น ก.ค. 63 ยังเป็นประเด็นที่น่าติดตาม โดยเฉพาะ ความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวงเงินที่จะให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน
สถิติทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ – ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน มิ.ย. ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน ก.ค. จาก ADP ดุลการค้าเดือน มิ.ย. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน ก.ค. จากมาร์กิต ดัชนีภาคบริการเดือน ก.ค. จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) จ่านวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และปริมาณสำรองสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน มิ.ย.
มุมมองทางเทคนิค – เราคาดว่า SET Index วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,314-1,333 จุด (มีแนวรับอยู่ที่ 1,320 1,314 และ 1,306 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,327 1,333 และ 1,341 จุด) หุ้น แนะนำทางเทคนิควันนี้ได้แก่ CPALL (BK:CPALL) RS STA TASCO และ GLOBAL
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








