KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ภาพรวมการลงทุนวันนี้ – ตลาดหุ้นไทย ยังเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของหลายปัจจัย โดยเฉพาะปัจจัยลบจากต่างประเทศ ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองภายในสหรัฐฯ กระทบการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ข้อพิพาทการเมืองระหว่างประเทศ (สหรัฐฯ และจีน) และการแพร่ระบาดของ COVID-19
ขณะที่การเพิ่มขึ้นของสัญญาทองคำต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงเน้นหุ้นในกลุ่ม Domestic Play และ Defensive Stock อย่าง CPALL (BK:CPALL) CRC HMPRO BJC OSP CBG TTW EASTW BCPG CKP GPSC KKP DIF INTUCH และ EGCO
ความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ จำกัด Upside ของตลาด – ความไม่แน่นอนจาก 3 ปัจจัย ได้แก่
(1) ความไม่แน่นอนของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านเหรียญ รอบ ใหม่ของสหรัฐฯ หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต เกี่ยวกับ วงเงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้คงวงเงินไว้ที่ 600 เหรียญต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดเหลือ 200 เหรียญต่อสัปดาห์ โดยโครงการช่วยเหลือคน ว่างงานตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปัจจุบันจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ก.ค. 2563 รวมไปถึง การที่พรรคเดโมแครตคัดค้าน ข้อเสนอการปกป้องบริษัทเอกชนไม่ให้ถูกฟ้องร้องทางกฎหมาย เกี่ยวกับหนี้สิน
(2) ข้อพิพาทการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และจีน ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศ จีนแถลงว่า จีนได้ออกคำสั่งให้ปิดสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเฉิงตู เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ สั่งปิด สถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน
และ (3) สถานการณ์ COVID-19 ทั่วโลกที่ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุดอังกฤษประกาศมาตรการกักตัวประชาชนที่เดินทางกลับมาจากบางประเทศในยุโรป โดยเฉพาะสเปนที่กลับมามีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ยังมีอัตราการเติบโตของ จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง
ติดตามการประชุม FOMC คาดคงอัตราดอกเบี้ย - ติดตามการประชุมคณะกรรมการกำหนด นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันที่ 28-29 ก.ค. 2563 (ทราบผลคืนนี้) เราคาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.00% - 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ โดยเรายังคงให้น้ำหนักน้อยมากต่อการที่เฟดจะปรับใช้นโยบาย Negative Interest Rate โดยเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวไปจนถึงกลางปี 2564 สะท้อนจาก Fed Fund Future ในเดือน ก.ค. 2564 ที่ยังคงต่ำกว่า 100 (ข้อมูล Bloomberg)
สัญญาทองคำปรับเพิ่ม จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น - The Conference Board (สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รวมถึงสถานะการเงินส่วนบุคคลและการจ้างงาน พบว่าดัชนีความ เชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน ก.ค. อยู่ที่ 92.6 ลดลงจาก 98.3 ในเดือน มิ.ย. และต่ำกว่าคาดที่ 94.5 ด้านดัชนีความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นจาก 86.7 ในเดือน มิ.ย. สู่ ระดับ 94.2 ในเดือน ก.ค. และดัชนีความคาดหวังของผู้บริโภคลดลงจาก 106.1 ในเดือน มิ.ย. สู่ ระดับ 91.5 ในเดือน ก.ค.
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่าติดตามสัปดาห์นี้ - ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือน มิ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำ 2Q63 (ประมาณการเบื้องต้น) ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน มิ.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ค. จากมหาวิทยาลัย มิชิแกน
มุมมองทางเทคนิค – เราคาดว่า SET Index สัปดาห์นี้ (29 – 31 ก.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,325 – 1,369 จุด โดย SET Index วันนี้ (29 ก.ค.) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,330 – 1,348 จุด (มีแนวรับอยู่ที่ 1,336 1,330 และ 1,322 จุด และมีแนวต้านอยู่ที่ 1,343 1,348 และ 1,356 จุด) หุ้นแนะนำทางเทคนิควันนี้ได้แก่ JMT WHA CBG KCE และ PRM
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities








