KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Put/Call ratio reached new high again / Currency manipulator list
• SET: ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับตัวลดลงจาก 2 ปัจจัยได้แก่ 1) ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับจีนต่อประเด็นทางการทูตและ 2) ความกังวลต่อประเด็นที่ไทยอาจถูกบรรจุเข้าสู่รายชื่อประเทศเข้าข่ายบิดเบือนค่าเงิน (Currency manipulator) ของทางสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นประเด็นที่เรากังวลใจเมื่อต้นปีที่ผ่านมา (รายละเอียดด้านล่าง)จึงทำให้ล่าสุดดัชนีก็ยังไม่สามารถที่จะเดินหน้าผ่านกรอบแนวต้านในเชิง Valuation ของเราไปได้
• Strategy:แนะนำชะลอการลงทุนใหม่ต่อไป หลังประมาณการ EPS ในภาพรวมยังคงถูกหั่นลง และ Selective ไปยังหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ยังคงเห็นแนวโน้มผลกำไรที่แข็งแกร่งกว่าโดยเปรียบเทียบและยังได้อานิสงส์จากการมีส่วนร่วมของนักลงทุน Retail ที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
• Factors: ส่วนประเด็นวันนี้ที่น่าสนใจได้แก่
1) การลดสัดส่วนการถือครองหุ้น GULF และ BGRIM ของ Asian Development Bank หรือ ADB โดยในส่วนของ GULF นั้นจะลดการถือครองลง 176 ล้านหุ้น (1.7%) และมีราคาขาย Discount จากราคาตลาดล่าสุดประมาณ 4-5% ส่วนทางด้าน BGRIM นั้น จะลดสัดส่วนลง 68 ล้านหุ้น (2.6%) และมีราคาขาย Discount จากราคาตลาดล่าสุดประมาณ 4.2-5.5% มองเป็น Sentiment เชิงลบต่อราคาหุ้นทั้ง 2 บริษัทเล็กน้อยในช่วงเปิดตลาดเช้าวันนี้
2) การทำระดับสูงสุดใหม่ของ Put/Call ratio ที่ 2.35 เท่า
• FX Manipulator list: เราเคยกล่าวไว้เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาว่า ปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่อาจรออยู่ในช่วงกลางปีก็คือ การที่ไทยอาจถูกตัดสินจากสหรัฐฯว่าเข้าข่ายเป็นประเทศที่บิดเบือนค่าเงิน เนื่องจากหากใช้ข้อมูลล่าสุดในขณะนั้น จะพบว่าไทยได้เข้าเกณฑ์ทั้ง 3 เกณฑ์ที่สหรัฐฯกำหนดแล้ว ทั้งนี้ หากมาวิเคราะห์ในปัจจุบัน จะพบว่าไทยก็ยังคงเข้าเกณฑ์ทั้ง 3 เกณฑ์เดิมต่อไป ไม่ว่าจะเป็น 1) การเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯในระดับที่มากกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญฯในช่วง 12 เดือนหลังสุด 2) ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เกินดุลกว่า 2% ของ GDP ในรอบ 12 เดือนหลังสุด และ 3) การเปลี่ยนแปลงของสกุลเงินต่างประเทศสุทธิในระดับที่เป็นบวกมากกว่า 2% ของ GDP ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
• Effective rate: สิ่งที่น่ากังวลต่อมาก็คือว่าในช่วง 6 หรือ 12 เดือนที่ผ่านมา หากพิจารณาในแง่ของ Effective exchange rate ก็จะพบด้วยว่าค่าเงินของไทยนั้น มีการปรับอ่อนค่าทั้งในมิติของ Nominal terms และ Real terms ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากสหรัฐฯมาพิจารณาในส่วนนี้ ก็ถือเป็นข้อหาที่ไทยเราอาจปฏิเสธได้ยากเช่นเดียวกัน
• Implication:หากไทยเข้าไปอยู่ใน List นี้จริง ต้องระวังมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯในช่วงถัดไปได้ โดยหากดูจากข้อมูล YTD จนถึงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯมากสุดจะได้แก่ 1) คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ 2) ผลิตภัณฑ์ยาง 3) ยานพาหนะและส่วนประกอบ 4) อุปกรณ์กึ่งตัวนำ/ทรานซิสเตอร์/ไดโอด 5) เหล็ก 6) อัญมณีและทองคำ 7) อาหารทะเลกระป๋อง/แปรรูป 8) ข้าว 9) รถยนต์และส่วนประกอบ เป็นต้น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








