KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ธนาคารกสิกรไทย (BK:KBANK)
กำไร 2Q63 ต่ำกว่าคาดจากสำรองหนี้
เราคาดกำไร 2Q63 ที่ 2,175ล้านบาท อ่อนตัวลง 67%QoQ และ 78%YoYต่ำกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าค่อนข้างมาก โดยมีประเด็นสำคัญคือ
- รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอ่อนตัวลง 4%QoQ แม้ว่าสินเชื่อจะเติบโตได้ดีราว 3.7%QoQ โดยส่วนใหญ่เป็นการเติบโตจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่หลังมีปัญหาจากการออกหุ้นกู้ในช่วงโรคระบาด ขณะที่ NIM อ่อนตัวลง 18 bps ซึ่งเป็นผลจากการลดดอกเบี้ยนโยบายและการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้
- รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยดีขึ้นถึง 91%QoQ ซึ่งเป็นผลจากกำไรจากเงินลงทุนที่พลิกกลับจากขาดทุนในไตรมาสก่อน หลังแนวโน้มตลาดหุ้นปรับตัวดีขึ้นจากช่วงปลายไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตามรายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนตัวลงมากในช่วงโรคระบาดที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะงักลง
- สัดส่วน NPL ปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.88% อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ปรับตัวขึ้นสูงมากถึง 70%QoQ คิดเป็น Credit Cost ที่สูงถึง 411 bps (เดิมเราคาดที่ 200 bps) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรต่ำกว่าคาดค่อนข้างมากในไตรมาสนี้ โดยในไตรมาสนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองส่วนเกินบางส่วน แต่ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากการปรับโมเดลการตั้งสำรองเพื่อสะท้อนคุณภาพหนี้ที่แย่ลง (แม้ว่าลูกหนี้จะยังไม่เป็น NPL เนื่องจากยังอยู่ในมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้)
ปรับลดประมาณการกำไรลงเพิ่มเติมเพื่อสะท้อนสำรองหนี้
จากแนวโน้มสำรองหนี้ในครึ่งปีแรกที่สูงกว่าคาดค่อนข้างมาก บวกกับแนวโน้มในครึ่งปีหลังที่อาจยังเห็นสำรองหนี้ในระดับสูงหลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ระยะที่ 1 ทำให้เราปรับประมาณการ Credit Cost ขึ้นเป็น 240 bps (เดิมคาดที่ 200 bps) ทำให้ประมาณการกำไรปี 63 ลดลงอีก 29% จากประมาณการก่อนหน้าเหลือ 20,011 ล้านบาท (-48%YoY)
แนะนำ Switch
จากประมาณการใหม่เราจึงปรับราคาเป้าหมายปี 64 ลงเหลือ 95บาท อิง PBV 0.52เท่า โดยUpside จากราคาเป้าหมายใหม่ค่อนข้างจำกัด บวกกับสัดส่วนลูกหนี้ SME ที่ค่อนข้างมาก ทำให้เรายังมอง BBL เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ความเสี่ยง:การชะลอตัวของเศรษฐกิจ / คุณภาพหนี้ที่แย่ลง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








