KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
Where has all the liquidity gone?
- SET:คาด SET Index ปรับตัวอ่อนแอกว่าตลาดหุ้นอื่นต่อไป หลังยังไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ และปัจจัยกดดันที่เกิดขึ้นก็ยังดำเนินต่อไปอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางปัจจัยการเมือง ซึ่งสะท้อนผ่านการอ่อนค่าของเงินบาทด้วยส่วนหนึ่ง ล่าสุดในรอบวันที่ผ่านมา บาทยังคงเป็นสกุลเงินในเอเชียที่อ่อนค่ามากที่สุดต่อไป และที่สำคัญ สภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยที่ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว (รายละเอียดด้านล่าง) ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ยังคงแนะนำ Wait & See และชะลอการลงทุนเพื่อรอดูพัฒนาการต่างๆต่อไป
- Liquidity: เราค่อนข้างมีความมั่นใจในระดับสูงว่าสภาพคล่องในตลาดหุ้นไทยได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาที่บางช่วงมีการซื้อขายถึงวันละ 1 แสนล้านบาทโดยมีสาเหตุสำคัญได้แก่ทางเลือกการลงทุนในตลาดที่มีเพิ่มมากขึ้น จนทำให้มีสภาพคล่องบางส่วนถูกดูดซับออกไป โดยเฉพาะการไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ ที่มีทั้งการประมูลพันธบัตรรัฐบาลและการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนที่หนาแน่นมากขึ้นในช่วงนี้ และทำจุดสูงสุดใหม่ของปีอีกด้วย (รูปที่ 1 & 2)
-
Higher supply:ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญก็คือแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำให้ภาครัฐต้องมีการกู้เงินสูงขึ้น ผ่านการออกพันธบัตรที่สูงขึ้น นอกจากนั้นยังมีในส่วนของภาคเอกชน ที่เริ่มกลับเข้ามาระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง โดยเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามา Subscribe หุ้นกู้ดังกล่าว
Higher supply:ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญก็คือแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำให้ภาครัฐต้องมีการกู้เงินสูงขึ้น ผ่านการออกพันธบัตรที่สูงขึ้น นอกจากนั้นยังมีในส่วนของภาคเอกชน ที่เริ่มกลับเข้ามาระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้อีกครั้ง โดยเสนออัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามา Subscribe หุ้นกู้ดังกล่าว
EYG:นอกจากนั้น Bond yield ระยะยาวที่ทรงตัวสูงนี้เมื่อมาประกอบกับ Earning yield ของตลาดหุ้นไทยที่ลดลงจากการปรับลดประมาณการ EPS ของนักวิเคราะห์ จึงทำให้ตราสารหนี้ก็มีความน่าสนใจเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นด้วยเช่นกันหรือพูดง่ายๆก็คือว่า Earning yield gap ยังคงอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และไม่เพียงแค่นั้น ยังอยู่ในระดับเกือบต่ำสุดในรอบ 5 ปีกว่าที่ผ่านมาอีกด้วย โดยล่าสุดอยู่เพียงแค่ระดับ 3.5% เท่านั้น เมื่อเทียบกับพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี (รูปที่ 4)
Participation: มองความน่าสนใจของตราสารหนี้ที่มากกว่าตราสารทุนนี้ จึงทำให้เราเริ่มเห็นการโยกย้ายเม็ดเงินออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้มากขึ้น สะท้อนผ่านกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศที่เริ่มมีส่วนร่วมในตลาดหุ้นลดลงในระยะหลังอย่างชัดเจน (รูปที่ 5) และทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันของ SET ในช่วงหลังลดลงด้วยเช่นกัน
Small & Medium: ในส่วนของ Implication ต่อตัวหุ้นนั้น ประเมินปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้การมีส่วนร่วมของนักลงทุน Retail จะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปราว 40-50% ของตลาด ซึ่งจากการศึกษาที่เราย้ำมาตลอดก็คือว่า จะส่งผลต่อไปยังการปรับตัว Outperform ของหุ้นขนาดกลาง-เล็กในระยะถัดไป ถึงแม้ว่านับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มนี้ (Non-SET50) จะได้มีการปรับตัว Outperform หุ้นขนาดใหญ่ (SET50) มาแล้วก็ตาม โดย YTD ให้ผลตอบแทนติดลบเพียง 8% เทียบกับหุ้นใหญ่ที่ติดลบไปถึง 17% (รูปที่ 6)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








