เปิดแอป

บมจ. โอสถสภา (OSP) คาดกำไรสุทธิ 2Q63 ลดลง QoQ แต่เติบโต YoY

คาดกำไรสุทธิ 2Q63 ลดลง QoQ แต่เติบโต YoY

► คาดกำไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%YoY แต่ลดลง 8%QoQ

► รายได้ลดลง QoQ เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 รวมถึงภาวะ ปกติช่วงไตรมาส 2 เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ

► คาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.1% และคาดอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อ ยอดขายอยู่ที่ 22.8%

► ขยายกำลังผลิต 10-15% ใน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ในช่วง 2H63

► ยังมีปัจจัยหนุนธุรกิจ คาดว่าธุรกิจจะฟื้นตัวในช่วง 2H63

► แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 50.00 บาท

คาดกำไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%YoY แต่ลดลง 8%QoQ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q63 อยู่ที่ 850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%YoY แต่ลดลง 8%QoQ โดย มีรายได้รวมอยู่ที่ 6,353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%YoY แต่ลดลง 5%QoQ รายได้ลดลง QoQ เป็นผลมาจากปริมาณขายเครื่องดื่มชูกำลัง และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลชะลอตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จากมาตรการการล็อกดาวน์เมืองในช่วงเดือน เม.ย. - พ.ค. ส่งผลให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการเดินทางออกจาก บ้าน แม้ช่องทาง E-Commerce จะได้รับการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าไม่สามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ รวมถึงไตรมาส 2 เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

คาดอัตรากำไรขั้นต้นและอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อยอดขายลดลงเล็กน้อย เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.1% ลดลงจาก 2Q62 และ 1Q63 เล็กน้อย เนื่องจาก กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งมีอัตรากำไรสูง มีปริมาณการขายที่ลดลง ทั้งนี้ คาดว่าอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อยอดขายอยู่ที่ 22.8% ลดลงเล็กน้อยเช่นกัน เนื่องจาก บริษัทยังคงดำเนินโครงการ Fit Fast Firm เพื่อลดต้นทุนของบริษัทอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเลื่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 50.00 บาท แม้จะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังมีปัจจัยหนุนธุรกิจ ดังนี้ (1) ในช่วงการล็อกดาวน์ที่ผ่านมา แม้บริษัทจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่บริษัท ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่ม (2) มีการขยายกำลังการผลิต10-15% ในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเร็วกว่าที่คาดไว้ในช่วง 2H63 กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะช่วยหนุนการเติบโต ของผลิตภัณฑ์ C-Vitt และ (3) บริษัทยังได้ประโยชน์จากการลดภาษีสรรพสามิตจาก 10% เป็น 3% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา จากปัจจัยหนุนดังกล่าว เราคาดว่า ธุรกิจจะฟื้นตัวในช่วง 2H63 ปรับคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับไปใช้ราคา เป้าหมายปี 2564 ที่ 50.00 บาท (เดิม 46.50 บาท) อิงค่า PER เฉลี่ยที่39 เท่า

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย