KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
คาด 2Q20 ได้รับผลดีจาก COVID
เราคาดว่าผลประกอบการของ XO ในงวด 2Q20 จะมีกำไรสุทธิที่ 53 ลบ. (+ 279%YoY, +11%QoQ) ได้รับผลดีจากความต้องการซอสที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่มีมาตรการล๊อคดาวน์ ซึ่งคาดว่าจะทำให้ปริมาณขาย สินค้าในกลุ่มซอสที่เป็นสินค้าหลักเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 15-20% จาก 1Q20 (ตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มเป็น 60% จากระดับ 49% ในช่วง 1Q20) โดยเราคาดรายได้อยู่ที่ 313 ลบ. (+49%YoY,+15%QoQ) กำไรขั้นต้นคาดว่าจะใกล้เคียงกับ 1Q20 ที่ระดับ 34% แต่ดีขึ้นจาก 32% ใน 2Q19 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร คาดไว้ที่ 53 ลบ. ทรงตัวจากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 15%QoQ แต่หากเทียบกับรายได้ แล้วจะมีสัดส่วนที่ลดลงมาเหลือ 17% จาก 25.6% ใน 2Q19 เนื่องจากมีการจัดบัญชี ใหม่โดยมีการเปลี่ยนการบันทึกค่าใช้จ่ายการผลิตส่วนที่ต่่ำกว่ากำลังการผลิตปกติใน โรงงานแห่งใหม่จากเดิมที่บันทึกในค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไปบันทึกเป็น ต้นทุนขายแทน (ปี 19 ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ประมาณ 24 ลบ.)
แนวโน้ม 3Q20 ยังโตจากปีก่อน แต่ชะลอจาก 2Q20
สำหรับแนวโน้มในช่วง 3Q20 ด้วยการที่ธุรกิจของ XO เป็นการสั่งซื้อในระยะเวลาไม่นานมากนัก (รู้ล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน) ทำให้หลังจากหลายประเทศเริ่มมีการ ผ่อนคลายมาตรการล๊อคดาวน์แล้ว รายได้อาจจะมีการชะลอตัวจากช่วง 2Q20 เล็กน้อย แต่หากเทียบกับปีก่อนคาดว่าจะเห็นการเติบโตได้ต่อ เนื่องจากลูกค้าหลักจากทางทวีปยุโรป (สัดส่วนรายได้มากกว่า 80%) ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (เบื้องต้นคาดรายได้ต่ำกว่า 2Q20 แต่ยังสูงกว่าช่วง 1Q20 ได้) ด้านการบริหารต้นทุนนั้นมีการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าไปถึงปี 21 เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะต้นทุนหลักอย่างน้ำตาล ส่วนการย้ายโรงงานดองพริกจากสุโขทัยไป พิษณุโลก คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 20
คาดกำไรปี 20 เติบโตแรงจากฐานที่ต่ำในปีก่อน
จากฐานกำไรที่ค่อนข้างต่ำในปี 19 รวมกับผลดีจาก COVID ที่เกิดขึ้นทำให้เราคาด กำไรสุทธิในปี 20 จะเพิ่มขึ้นได้ถึง 48%YoY มาอยู่ที่ระดับ 181 ลบ. โดยประเมินรายได้อยู่ที่ 1,116 ลบ. (+13%YoY) ส่วนปี 21 เบื้องต้นประเมินรายได้และกำไรสุทธิ ที่ 1,171 ลบ. (+5%YoY) และ 195 ลบ. (+8%YoY) ตามลำดับ สำหรับคำแนะนำการลงทุน แม้ว่าจะปัจจัยบวกระยะสั้นอย่างผลประกอบการในช่วง 2Q20 ที่คาดว่าจะเห็นการเติบโตได้อย่างมาก แต่ด้วยความผันผวนของผลประกอบการที่มีความเสี่ยงเนื่องจากการขายล่วงหน้าทำได้ไม่นานนัก ทำให้เราแนะนำเพียง “ซื้อเก็งกำไร” เท่านั้น โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 9.15 บาท (20XPER’21E)
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th








