KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
กำไรปกติ 2Q63 โต QoQ ดีกว่าทุกความคาดหมาย ... ลดต้นทุนเก่ง DTAC รายงานกำไรสุทธิ2Q63 ที่ 1.9 พันล้านบาท แต่หากหักรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการตีมูลค่า Derivative กำไรจากการ Hedging กำไรอัตราแลกเปลี่ยนและการบันทึก One-time gain ใน regulator cost กำไรปกติอยู่ที่ 1.57 พันล้านบาท (+14.3% QoQ, -1.3% YoY) ดีกว่าที่เราคาด 51% และตลาดคาด 40% จากการลดต้นทุนที่ทำได้เก่งกว่าคาด Service revenue ex. IC อยู่ที่1.46 หมื่นล้านบาท (-4.5% QoQ, -3.6% YoY) Netadd รวม -835K ลูกค้า Prepaid ยังลดลงแรง -757K เพราะต้องปิดร้านค้าทำให้เสียเปรียบคู่แข่งอย่าง TRUE
ขณะที่ ARPU รวม +1.6% YoY แต่มาจากสัดส่วน Postpaid ที่สูงขึ้น ARPU Prepaid -3.8% QoQ -8.8% YoY ARPU Postpaid -0.8% QoQ -1.3% YoY ธุรกิจมือถือขาดทุนที่ 320 ล้านบาท ลดลง QoQ แต่ มาจากยอดขายมือถือที่ลดลง อย่างไรก็ดี ต้นทุนส่วนใหญ่ลดลงเร็วกว่าที่เราคาด เช่น Network OPEX ลดลง 6.9% YoY และ Selling and marketing ลดลง 24% YoY แม้กระทั่งยอด Bad Debt ที่ควรจะเพิ่มขึ้นในช่วง COVID-19 DTAC ก็ยังลดลงได้ถึง 72 ล้านบาท QoQ จากการปรับปรุงระบบ เก็บหนี้ให้ดีขึ้น สุทธิแล้ว EBITDA อยู่ที่8.1 พันล้านบาท (+5.2% QoQ, +4.9% YoY) DTAC ประกาศจ่ายปันผล 1H63 ที่ 0.87 บาทต่อหุ้น (payout ราว70% บนกำไรปกติ) คิดเป็น yield ที่ 2.2% XD วันที่24 ก.ค.63
ปรับลด CAPEX Guidance ... มุ่งเอากำไรและเงินสดชัดเจน DTAC ปรับ Guidance ปี 2564 ใหม่ ดังนี้1) Service revenue ex. IC ลดลง low single digit 2) EBITDA ใกล้เคียงระดับ 2562 และ 3) ปรับลด CAPEX เป็น 8 พันล้านถึง 1 หมื่นล้านบาท จาก 1.3- 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก 1H63 EBITDA เติบโตราว 5.9% YoY สะท้อนว่า DTAC ประเมินว่า EBITDA 2H63 อาจหดตัว ขณะที่ CAPEX ที่ลดลงแม้ DTAC ให้เหตุผลว่าส่วนหนึ่งจากการเลื่อนใช้งาน 700MHzออกไป อย่างไรก็ดีเราเชื่อว่ามาจากการเน้นบริหารกำไรและกระแสเงินสดมากกว่า
ก้าวเข้าสู่ยุค 5G ใน 2H63 ... DTAC เสียเปรียบแต่ยังเร็วเกินไปที่จะยอมแพ้ การเข้าสู่ยุค 5G ใน 2H63 จะกดดันการรักษาฐานลูกค้า High-end ของ DTAC อย่างไรก็ดี DTAC ยังมีทางเลือกในการรักษาฐานลูกค้า เช่น การให้บริการ Reward เสริมเพิ่มขึ้น หรือการกำหนดราคา ที่ต่ำกว่าคู่แข่ง เนื่องจากเราคาด ADVANC จะนำเสนอ 5G แบบค่อยเป็นค่อยไปใน 2H63 จาก จำนวนมือถือที่รองรับและ Application ที่จำเป็นต้องใช้ความเร็วถึง 5G ยังมีจำกัด และน่าจะเป็นการพยายามยกฐาน ARPU สำหรับลูกค้า High end มากกว่า ดังนั้นลูกค้า DTAC หากจะไหลออก ต้องเป็นลูกค้าที่พร้อมจ่ายแพงขึ้นสำหรับ 5G ซึ่งอาจมีบ้าง แต่ยังอยู่ในปริมาณที่จำกัด
คงคำแนะนำ “ซื้อ ” ... ปรับราคาเหมาะสมขึ้น เป็น 56.00 บาทต่อหุ้น กำไรปกติ 1H63 คิดเป็น 71% ของประมาณการทั้งปี 2563 แม้ 2H63 อาจถูกกดันด้วย 5G แต่การ ลดต้นทุนจะช่วยลดผลกระทบ ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2563 ขึ้น 32% เป็น 5.4 พันล้านบาท (-14% YoY) จากการปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่าย Network OPEX ค่าใช้จ่าย การตลาด และ Network CAPEX เป็น 1 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 ปรับ เพิ่มเป็น 56.00 บาทต่อหุ้น (DCF: WACC 8.9% Terminal Value 2%) เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้ หุ้นเติบโตจำกัด แต่ซื้อขายถูกเกินไป ที่ EV/EBITDA เพียง 4.8x และคาดการณ์ปันผลที่4.7%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








