KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
คาด2Q63 กำไรอ่อนตัวลง..จากรอยต่อของการย้ายโครงการ เราคาด SEAFCO จะมีกำไรปกติใน 2Q63 ราว 80 ล้านบาท (-20%YoY,-15%QoQ) มี ผลกระทบจากรายได้ที่770 ล้านบาทลดลง (-1%YoY,-11%QoQ) จากการย้ายโครงการเก่าที่ ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มต้นก่อสร้างโครงการใหม่ อย่างไรก็ดีการรับรู้รายได้หลักยังคงมาก จากโครงการ ดุสิตเซ็นทรัล ปาร์ค และงานศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติที่งานมีความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยมีระดับมาร์จิ้นเป็น 17.8% ลดลงจาก1Q63 และ 2Q63 ที่ 18% และ20% ตามลำดับ เนื่องจากการรับรู้รายได้ของงานในส่วนของงานค่าแรงที่มีมาร์จิ้นดีลดลง
งานใหม่เพิ่มต่อยอดงานในมือ SEAFCO มีงานในมือปัจจุบัน 2.8 พันล้านบาท (ยังไม่หักรับรู้รายได้2Q63) ได้รับแรงสนับสนุนที่ดี จากงานใหม่ โดยในปี2563 นับจากต้นปี– เดือน มิ.ย. บริษัทได้รับงานใหม่อยู่ที่1.5 พันล้านบาท ล่าสุดงานที่ได้รับเช่น งานปรับปรุงศูนย์การค้า เซ็นทรัล พลาซ่า พระราม2 / โครงการ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล เอ็มบาสซี(ต่อขยาย) และ งานไดอาแฟรมวอลล์โครงการอาคาร สนง.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทั้งนี้ในช่วง 2H63 ถึงปี2564 ทั้งนี้ยังมีงานภาครัฐที่บริษัทให้ความสนใจทั้งจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆรวมถึงงานเอกชนจากโครงการ Mixed used ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่อยู่ ระหว่างก่อสร้างจากกลุ่มลูกค้าเช่น TCC The Mall, Central เป็นโอกาสในการรับงานใหม่เพิ่ม
งานรถไฟฟ้าเป็นความหวัง SEAFCO ได้มีการเข้าร่วมเป็น Sub-Contract ในการรับงานฐานรากทั้งกำแพงกันดินและเสาเข็ม กับกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่เช่น CK และ STEC หลายโครงการ ล่าสุดคืองานรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดย ในปี2563 มีความคืบหน้าของงานประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนต่อขยาย อยู่ระหว่างขั้นตอนการประกวดราคาโดยอยู่ระหว่างขายซองประมูลในวันที่ 10-24 ก.ค คาดทราบผลผู้ได้รับงานภายในปี โดยมีมูลค่าเฉพาะงานฐานรากราว 1-1.5 พันล้านบาท เป็นโอกาสต่องานใหม่ในปี2564
ทั้งนี้ยังมีโครงการที่คาดเห็นกรอบเวลาการประมูลภายในปี2563 คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงต่อขยาย และในปี2564 คาดเห็นความคืบหน้าของรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อขยายและสายสีน้ำตาล ซึ่งเป็นการต่อยอดงานใหม่ของ SEAFCOให้มีความต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” คงคำแนะนำจาก “เก็งกำไร” SEAFCO ปรับใช้ราคาเหมาะสมปี 2564 ที่ 7.45 บาท (อ้างอิง PE ที่ 15.5 เท่า ซื้อขายระดับ PE-0.5SD น้อยกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 17.4 เท่า) บริษัทมีจุดเด่นจากการเป็นผู้นำในกลุ่มฐานราก และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มผู้รับเหมารายใหญ่ทั้ง CK และ STEC เพิ่มโอกาสในการรับงานใหม่ โดยมีประเด็นติดตามคือการแข่งขันในตลาดอาจส่งผลต่อ การเสนอราคาซึ่งกดดันความสามารถในการทำกำไร รวมถึงความต่อเนื่องของงานประมูลภาครัฐ
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








