KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
-ยังคงคาดการณ์กำไรปี 2563 ที่ 2.89 พันล้านบาทหลังจากที่สถานการณ์ยอดขายกลับสู่ปกติอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะโครงการแนวราบ
-ยอด Presales 1H63 อยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ปรับตัวลดลง 27.45% แต่ยอด Presales จากโครงการแนวราบที่เติบโตได้ดีที่13.51% YoY
-ระดับ P/E อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย5 ปี และผลประกอบการ 2Q63 ที่คาดว่าแข็งแกร่งสวนทางตลาด จะเป็น Catalyst ในการลงทุน
-ยังคงเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่มที่ราคาเป้าหมายใหม่ 6.30บาท
คาดยอดโอนใน 2Q63 โดดเด่น และอาจเป็น New High เนื่องจาก Demand การโอนโครงการแนวราบที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวในการขายอย่างรวดเร็วช่วง Lock Down
ยอด Site Visit ได้ปรับตัวอ่อนสุดในช่วงปลายเดือนมี.ค. 2563 และได้เคยฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากช่วงPre COVID-19 ที่มียอด Visit700 ราย/วัน เพิ่มเป็น 1,266 ราย/วันในช่วงเดือนพ.ค. 2563 ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่เติบโตได้ดีกว่าสถานการณ์ปกติ โดยยอดขายโครงการที่พร้อมโอนมีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Presales ใน 2Q63 อยู่ที่ 9.04 พันล้านบาท จากโครงการแนวราบที่ 7.7 พันล้านบาทและจากคอนโดที่ 1.32 พันล้านบาท ส่งผลให้ 1H63 มียอด Presales สะสมอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท ปรับตัวลดลง 27.45% YoYและนับเป็น 45% ของเป้าหมายที่ 3.35 หมื่นล้านบาท โดยที่ใน 1H63 มีการเปิดตัวโครงการใหม่ไป 14 โครงการ มูลค่ารวม 1.55 หมื่นล้านบาท (โครงการบ้านเดี่ยว 10 โครงการ และโครงการทาวน์โฮม 4 โครงการ)
AP จะเริ่มขยายตลาดไปยังต่างจังหวัด โดยที่ในช่วง 2H63 จะมีการเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่ ชื่อ “อภิทาวน์” ที่จะผสมผสานโครงการแนวราบอย่าง บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและบ้านแฝดในโครงการเดียวกันโดยที่จะเริ่มต้นใน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อยุธยา ขอนแก่น ระยอง และนครศรีธรรมราช
ยังแข็งแกร่งท่ามกลางตลาดที่อ่อนแอ
เรายังคงคาดการณ์กำไรปี 2563 ที่ 2.8 พันล้านบาท เนื่องAP ได้ผ่านไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดของปีไปแล้วใน1Q63 และการเปิดตัวโครงการแนวราบอีก 26โครงการในช่วงที่เหลือของปี จะเป็นการช่วยหนุนยอดโอนของ AP และคาดว่าGross Margin จะสูงกว่าโครงการที่อยู่ใน Inventory ในขณะที่ยอด Site Visit ได้เริ่มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายเดือนเม.ย.-พ.ค.2563 และยอด Presales ได้ฟื้นตัวตามมา โดยเฉพาะกลุ่มแนวราบที่มียอดขายใน 1H63 อยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เติบโต 13.51% YoYซึ่งเป็นการเติบโตท่ามกลางตลาดที่อ่อนแอของทั้งตลาดอสังหาริมทรัพย์เองและภาคครัวเรือนที่มีการใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง โดยที่ New Normal จาก COVID-19 ส่งผลให้ผู้บริโภคได้เปลี่ยนพฤติกรรม และเริ่มมีความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบมากกว่าคอนโด เพื่อเป็นการ Social Distancing และเนื่องจากยอดขายโครงการแนวราบสามารถรับรู้เป็นรายได้ทันทีเนื่องจากเป็นโครงการ Pre-builtพร้อมโอน
เราจึงยังคงคาดการณ์ยอดโอนและกำไรของปี 2563อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่า Demand ของกลุ่มคอนโดจะกลับมาโดดเด่นอีกครั้งหลังจากที่ COVID-19 คลี่คลายลง และกลุ่มลูกค้าต่างชาติสามารถกลับมาเดินทางและซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศได้ ในปัจจุบันมี AP มียอด Backlog รวมอยู่ที่ 4.29 หมื่นล้านบาท โดยที่เป็นสัดส่วนของปี 2563 ที่ 1.56 หมื่นล้านบาท และยอด Backlog ของกลุ่มแนวราบที่ 1.32 หมื่นล้านบาท ที่จะสามารถโอนในปี 2563ได้ทั้ง 100%ด้านยอด Presales โครงการที่เป็นคอนโดใน 1H63 อยู่ที่ 2.27 พันล้านบาท แม้ว่าจะมีการปรับตัวลดลง 76% YoYแต่ยังถือว่าเป็นยอดที่ทำได้ดี เนื่องจาก AP ไม่ได้ทำการเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่เลย
ปลอดภัยเมื่อเทียบกับกลุ่ม ยังคงแนะนำ“ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย6.30 บาท
เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย6.30 บาท จากการอิงค่าเฉลี่ย P/E ที่ 7X โดย AP ยังถือว่าปลอดภัย เนื่องจากมี Backlog จากการร่วมทุนที่แข็งแกร่ง และโครงการของ AP ยังถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะโครงการแนวราบ เรายังคงเลือก AP เป็น Top Pick ของกลุ่มและ AP ยังคงจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง และคาดว่าจะมี Dividend yield ที่ 7.6%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








