KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
ราคาหุ้นอสังหาฯ ปรับตัวลงแรงจากผลกระทบของ LTV และ COVID-19
นับตั้งแต่ต้นปี 2563 หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบเชิงลบจากหลายปัจจัย ได้แก่1) มาตรการ ควบคุมสินเชื่อหรือ LTV 2) ความเข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย 3) สภาวะหนี้ ครัวเรือนที่สูงเป็นประวัติการณ์ 4) สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 5) การแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและกำลังซื้อเป็นอย่างมาก
เป็นผลให้ราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวลดลงเฉลี่ยกว่า 19.0% YTD ปัจจัยดังกล่าวส่งผล กระทบโดยตรงต่อผลการดำเนินงานในปี 2563 ทั้งในแง่ของการระบาย Inventory รวมถึงอัตราดูดซับอุปทานสำหรับโครงการเปิดตัวใหม่ เป็นผลให้การแข่งขันทางด้านราคาของผู้ประกอบการรุนแรงมากยิ่งขึ้น แม้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่เราคาดผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังสามารถประคองผลประกอบการ ในระดับที่มีกำไรได้งบดุลของกลุ่มจึงไม่ถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวลงของราคาหุ้นในกลุ่มทำให้ราคาปัจจุบัน ซื้อขายบน P/BV2562 เฉลี่ยที่เพียงราว 0.55 เท่า ในเชิง Valuation จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญต่อมูลค่าทางบัญชีที่ต่ำกว่าราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
Criteria ในการ Screen หุ้นถูก ในสภาวะตลาดลดราคา
เราพิจารณาปัจจัยหลัก 4 ปัจจัยในการค้นหาหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาซื้อขายในตลาด ได้แก่ 1) มูลค่าของ สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงหลังหักลบหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย เปรียบเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Liquidity) 2) เสถียรภาพทางการเงินของบริษัท (Stability) 3) ความสามารถในการทำกำไรในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (Performance) และ 4) มูลค่าทางบัญชีและสภาพคล่องในการซื้อ-ขายของหลักทรัพย์(P/BV and Trading Liquidity)
เราเริ่มต้นด้วยการคัดเลือกหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จำนวน 15 บริษัท จากทั้งสิ้น 30 บริษัท ที่มีมูลค่าสินทรัพย์สูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพื่อนำไปประเมินใน 4 ปัจจัยข้างต้น ทั้งนี้เราให้น้ำหนักการประเมินของ Liquidity, Stability, Performance และ P/BV and Trading Liquidity ที่ 50%, 15%, 15% และ 20% ตามลำดับ
หุ้นที่น่าสนใจในเชิงของการถูก M&A
หลังการทำ Screening ผ่าน 4 ปัจจัยหลัก เราพบว่าหุ้นที่มีความน่าสนใจ มีมูลค่าทางบัญชีที่สูงกว่าราคา ตลาดมากและมีโอกาสเป็นเป้าหมาย M&A คือ RICHY, LALIN,LPN, NVD และ NCH เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง หลังหักลบหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสูงกว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดอย่างมีนัยสำคัญ กอปรกับมีผลการดำเนินงานในช่วงปี 2558-62 ที่ดี และมีเสถียรภาพทางการเงินที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
เรามองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นในกลุ่มเป็นเพียงการสะท้อนถึงผลประกอบการระยะสั้นที่ถูกกระทบจากปัจจัยลบของมาตรการ LTV และการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 แต่ประเด็นที่ต้องจับตามองคือ การปลดล็อค Asset ของกลุ่มซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อราคาหุ้นทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








