KOSPI ของเกาหลีใต้หยุดการซื้อขายชั่วคราวหลังดิ่งกว่า 5% จาก SK Hynix และ Samsung
คาดกำไรไตรมาส 2/2563 เติบโต YoY ปรับประมาณการปี 2564 ขึ้น CAGR โตราว 50% แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นสูงระยะยาว
- คาดกำไรไตรมาส 2/2563 จำนวน 31 ล้านบาท (-9.9%QoQ, +387.8%YoY) เติบโตสูง YoY จากลูกค้ารายเดิมและรายใหม่ การขยายฐานรายได้เข้าสู่กลุ่ม Food ประกอบกับการเลือกผลิตสินค้าเกรด Premium ที่มีอัตรากำไรสูง
- คาดกำไรสุทธิปี 2563 จำนวน 147 ล้านบาท (+87.3%YoY) และปรับประมาณการปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 207 ล้านบาท เติบโต 40.3%YoY (จากเดิมคาด 191 ล้านบาท) คาด CAGR กำไรสุทธิปี 2562-2565 ประมาณ 49.8%
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี 2564 ที่ช่วง15.00-15.50 บาท อ้างอิง วิธี PER 30 เท่าใกล้เคียงกับบริษัทที่ทำธุรกิจเดียวกันและวิธี DCF เป็นหุ้น High Organic Growth โดย ณ ราคาปัจจุบันคิดเป็นระดับ Forward P/E ปี 2564 ที่ราว 25 เท่า ระดับ PEG ratio ยังต่ำกว่า 1 ยังเป็นหุ้น Undervalued
- คาดกำไรไตรมาส 2/2563 เติบโตสูง YoY จากอัตรากำไรขั้นต้นเติบโตสูง
ประมาณการกำไรไตรมาส 2/2563 ราว 31 ล้านบาท (-9.9%QoQ, +387.8%YoY) ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2563 เล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ที่ลูกค้าบางส่วนเร่งผลิตไปล่วงหน้าในช่วงเดือนมี.ค. 2563 เพื่อรองรับการกักตุนสินค้า อย่างไรก็ตามคาดว่ากระทบในไตรมาส 2/2563 เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ยังสามารถเติบโตได้สูงเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2/2562 ที่มีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจาก...(รายละเอียดต่อหน้า 2)
- คาดแนวโน้มรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น นำไปสู่การปรับประมาณการ
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้นเป็น 207 ล้านบาท (+40.3%YoY) จากเดิมคาด ไว้ที่ 191 ล้านบาท โดยมีมุมมองต่อการเติบโตของรายได้ โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม Food ที่มีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นทั้ง Food และ Non-Food จากการเลือกผลิตสินค้าเกรด Premium และการปรับ Product Mix กอปรกับประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้นจากความเชี่ยวชาญด้าน R&D มีทีมงานที่มีประสบการณ์สูง (ทีมงานบางส่วนย้ายมาจากแอมคอร์ที่เป็นบริษัทระดับโลก)รวมถึงเครื่องจักรใหม่ที่จะเข้ามาช่วงลดต้นทุนได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2564 โดยเราปรับสมมติฐานของรายได้ขึ้น 3% และ อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.4% จากเดิม 25.0%
- แนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี2564ที่ช่วงราคา 15.00-15.50บาท
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับใช้ราคาเป้าหมายปี2564ที่ช่วงราคา 15.00-15.50บาทต่อหุ้น(อ้างอิงวิธี PER 30 เท่าใกล้เคียงกับบริษัทระดับโลกที่ทำธุรกิจเดียวกัน และวิธีDCF) คาดการณ์ EPS ปี 2564 เท่ากับ 0.50บาท ต่อหุ้น โดย ณ ราคาปัจจุบันคิดเป็นระดับ Forward P/E ปี 2564ที่ราว 25 เท่า ระดับ PEG ratio ปี 2563ที่ 0.4 และ ปี 2564 ที่ 0.6 ยังต่ำกว่า 1 (Exhibit 5)ยังเป็นหุ้น Undervalued
ความเสี่ยง: กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว, การแข่งขัน, การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities








