หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
SAHATHAI TERMINAL สายน้ำพัดมรสุมไปหมดแล้ว ถึงเวลา “ฟื้น”
ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q63
กำไรสุทธิ 1Q63 ทำได้เพียง 6 ลบ. -67% QoQ, -83% YoY จากผลกระทบของ COVID-19 โดยเฉพาะการปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนระหว่าง ก.พ.-มี.ค. 63 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง -6% QoQ, -12% YoY เหลือ 347 ลบ. อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 25.2% จาก 24.7% ใน 4Q62 แต่ยังต่ำกว่า 26.3% ใน 1Q62 ส่วน SG&A/Sales เพิ่มขึ้นเป็น 14.6% จาก 13.3% ใน 4Q62 และ 12.5% ใน 1Q62
ทุกธุรกิจฟื้นตัวในอัตราเร่งช่วง 2Q63
ช่วงที่ผ่านมา PORT ถูกมรสุมรุมเร้า ทั้งการค้าระหว่างประเทศที่ชะลอ ถูกลูกค้ารายใหญ่ยกเลิกเช่าคลัง จัดเก็บสินค้า และถูกกดดันอย่างหนักจาก COVID-19 ใน 1Q63 แต่ทุกธุรกิจฟื้นตัวแล้วใน 2Q63 กิจกรรมการขนส่งทางเรือเร่งตัวขึ้นหลังจีนเปิดประเทศ (30-40% ของปริมาณการขนสินค้ารวม) ธุรกิจ ขนส่งทำงรถยังเติบโตในระดับสูงกว่า 200% YoY เพราะเป็นทางเลือกให้ลูกค้าใช้บริการขนส่งจากแหลมฉบังมายังท่าเรือสหไทยได้เร็วขึ้น ส่วนธุรกิจคลังสินค้าที่รายได้ชะลอตัวเพราะเสียลูกค้าอย่างลาซาด้าไป ปัจจุบันสามารถหาลูกค้ามาชดเชยได้บางส่วนแล้ว เบืาองต้นเราคาดกำไรสุทธิ 2Q63 จะฟื้นตัวเด่น +126-190% QoQ อยู่ที่ 15-20 ลบ. แต่เมื่อเทียบ YoY จะ ชะลอราว 12-32% เพราะปริมาณการขนส่งยังไม่กลับสู่ระดับปกติ ซึ่งเราคาดว่าจะเป็น 2H63
ธุรกิจท่าเรือเป็น High Operating Leverage เวลาแย่จะลึกสุดใจ เวลาดีจะดีใจหาย
เนื่องจากต้นทุนกว่าครึ่งเป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่เช่าเรือและอุปกรณ์(18%) ค่าเช่าพื้นที่ท่าเรือ(15%) ค่าเสื่อมราค(10%) เงินเดือนพนักงาน(9%) ซึ่งไม่แปรผันตามรายได้ทำให้ในช่วงที่วงจรธุรกิจเข้าสู่โหมดขาลง กำไรสุทธิจะลงแรงกว่ารายได้ เพราะฉะนั้น เมื่อเปลี่ยนโหมดกลับเข้ำสู่ขาขึ้นอีกครั้ง การฟื้นตัวของกำไรก็จะแรงกว่ารายได้เช่นกัน คำถามที่ตามมาคือ กำไรจะฟื้นแรงและยาวนานแค่ไหน ถ้าอิงจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศที่แทบปลอดเชื้อ และความต้องการสินค้าเกษตร+ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังเร่งตัว ท่ามกลางการกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน สหรัฐฯ และยุโรป ทำให้เรามั่นใจว่า ปริมาณการนำเข้า-ส่งออกสินค้าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 1Q63 และจะเห็นการฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ 2Q63
Growth Story เริ่มใกล้เข้ามา
แผนธุรกิจระยะใกล้คือการขยายพื้นที่จัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์และคลังสินค้า (3% ของรายได้รวม) ร่วมกับ FRASERS Property อีก 50,000 ตร.ม. จากเดิมที่มี20,766 ตร.ม. โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ใน 4Q63 หรืออย่างช้า 1Q64 สอดรับกับแนวโน้มการปรับ Supply chain ทั่วโลกที่เจ้าของสินค้าต้องการคลังจัดเก็บ ในเมืองท่าสำคัญ เรายังคงมุมมองเดิมว่าธุรกิจคลังสินค้าจะเป็นตัวเปิด Upside ให้กับ PORT อย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีโอกาสเกิด Synergy ร่วมกับกลุ่ม ThaiBev BJC และ BIGC
ธุรกิจ Turnaround, Valuation ถูก ปันผลสูง จูงใจให้เรากลับมาแนะนำซื้อ อีกครั้ง
เราคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2563 ที่ 94 ลบ. -8% YoY (เพราะกำไร 1Q63 อ่อนแรง)แต่จะกลับมาเร่งตัว 27% YoY เป็น 120 ลบ. จาก (1) การฟื้นตัวของปริมาณสินค้านำเข้า-ส่งออก (2) การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ จัดส่งสินค้าทางรถ (3) การรับรู้รายได้ธุรกิจคลังสินค้าร่วมกับ FRASERS เต็มปี เราประเมินราคาเหมาะสมปี 2564 ได้เท่ากับ 3.00 บาท โดยอิง PER เพียง 15 เท่า จากการ Impiled ด้วย Dividend Payput Ratio 70% และ Ke 8% ซึ่งต่ำกว่ำาค่ำาเฉลี่ยตั้งแต่เข้าตลาดที่ 20 เท่า นอกจากกำไรที่จะ Turnaround แล้ว PORT ยังมีจุดเด่นตรงที่ PBV ต่ำเพียง 0.8 เท่า และปันผลสูง 5-7% ต่อปี เราจึงกลับมาแนะนำ “ซื้อ” อีกครั้ง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








