อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
PRINCIPAL CAPITAL (PRINC) เจ้าชายน้อยกลุ่ม ร.พ.
PRINC ทำอะไร
PRINC ดำเนินธุรกิจโรงพยาบำลเอกชนและการบริหารจัดการโรงพยาบาล ควบคู่ไปกับธุรกิจ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยในระดับแนวหน้าเพื่อเช่าในทำเลที่อยู่ย่านศูนย์กลางธุรกิจรวมถึงธุรกิจบริการให้คำปรึกษาการลงทุน
ปัจจุบันบริษัทฯ มีโรงพยาบาลในเครือ 10 แห่งใน 9 จังหวัด โดยตั้งอยู่ใน 4 ภาคของประเทศ ไทย คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ได้แก่ ร.พ.พิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก และพิจิตร ร.พ.พริ้นซ์ปากน้ำโพ ร.พ.พริ้นซ์ อุทัยธานี ร.พ.พิษณุเวช อุตรดิตถ์ ร.พ. ศริเวช ลำพูน และภาคกลางมี 1 แห่งคือ ร.พ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ภาคใต้ ร.พ.วิรัชศิลป์ ชุมพร ภาคตะวันออกเฉลี่ยงเหนือ อยู่ระหว่างก่อสร้าง 1 แห่งคือ ร.พ.พริ้นซ์ ศรีสะเกษ คาดแล้วเสร็จในปี 2564 สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเน้นจังหวัดหัวเมืองรอง และกลุ่มลูกค้าชนชั้นกลาง ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง
โครงสร้างรายได้ 80% จากธุรกิจโรงพยาบาล และ 20% จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
PRINC story
PRINC อยู่ในช่วงของการขยายการลงทุน โดยมีแผนขยายโรงพยาบาลทั้งแบบเข้าซื้อกิจการ (M&A) และแบบ Greenfield โดยจะเน้นโรงพยาบาลในเมืองรองที่มีEBITDA เป็ นบวกราว10- 15% ของรายได้ คาด Yield จำก EBITDA เติบโต 6 - 8% ต่อปีโดยบริษัทตั้งเป้าจะมีโรงพยาบาลในพอร์ตให้ครบ 20 แห่งภายใน 3ปี ข้างหน้า หรือภายในปี2566
ปี 2563 มีแผนขายโรงพยาบาลเพิ่ม 4 แห่ง คาดใช้เงินราว 2,000 ล้านบาท ในเขตภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. ส่งผลให้ปีนี้บริษัทจะมีโรงพยาบาลเพิ่มเป็น 14 แห่ง
รายได้ของบริษัทมีการเติบโตตามการขยายโรงพยาบาล จากปี 2559 ที่ระดับรายได้จากการ ให้บริการเพียง 354 ล้านบาท เป็น 2,871 ล้านบาทในปี 2562 หรือเติบโตกว่า 10 เท่าตัว ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งบริษัทจะตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้เท่าตัวเป็น 5 พันล้านบาท ในปี 2566 หลังขยายโรงพยาบาลเป็น 20 แห่ง ตามเป้าหมาย ณ ปี 2562 บริษัทมีผลขาดทุนอยู่ 182 ล้านบาท เนื่องจากโรงพยาบาลใหม่ที่ขยายต้องใช้ระยะเวลาคืนทุน 4-5 ปี ก่อนที่กำไรจะเริ่มกลับเป็นบวก ภายใน 3 ปี ข้างหน้าหลังโรงพยาบาลที่ทยอยเปิดเริ่มพลิกเป็นกำไร
แนวโน้มผลประกอบการใน 2Q63 คาดเป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งทำให้จำนวนคนไข้หายไปราว 20-25% แต่คาดสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นในช่วง 2H63 ซึ่งรัฐบาลคลาย lockdown และตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มในระดับต่ำ
สำหรับแหล่งเงินทุนในการขยายกิจการ คาดว่าจะใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืม และการขาย สินทรัพย์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ 3 แห่ง รวมถึงที่ดินที่มีอยู่ในมือ ซึ่งประเมินเบื้องต้น มูลค่าไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งทำให้บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน
Our Take
เรามองว่าหุ้น PRINC เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาวในด้านธุรกิจมีควำมน่าสนใจ สำหรับอุตสาหกรรมโรงพยาบาลถือเป็นกลุ่ม defensive ที่มีการเติบโตสม่ำเสมอ บริษัทอยู่ ในช่วงของการขยายธุรกิจ ซึ่งทำให้รายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลา 3ปี ข้างหน้าจาก ปัจจุบันที่ 2,871 ล้านบาทในปี2562 เป็น 5 พันล้านบาทในปี 2566 หากบริษัทสามารถขยาย โรงพยาบาลได้ 20 แห่งได้ตามเป้าหมาย ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไรจะเริ่มกลับมาดีขึ้น หลังจากโรงพยาบาลที่ทยอยขยายในช่วงแรกเริ่มกลับมามีกำไร ซึ่งเรามองว่าตั้งแต่ปี 2566 ไป จะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวกกำไรจากการลงทุน ระยะยาวบริษัทยังมีการขยายรายได้ไปยังกลุ่มลูกค้า ประกันสังคม และลูกค้ากลุ่มผู้สูงอายุ สอดคล้องกับสังคมไทยที่กกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ด้าน Valuation เรามองว่าถูกหากลงทุนในระยะยาว ซึ่งซื้อขายที่ P/BVเพียง 1.2xเทียบกับ ค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงพยาบาลที่ 3.1x ซึ่งระดับ P/BV ที่เหมาะสมในระยะยาวเรามองว่าอยู่ ในช่วง1.7- 2x (อิงตามขนาด Market cap ขนาดโรงพยาบาล และโครงสร้างธุรกิจที่ใกล้เคียง กัน) หรือระดับราคาที่ 4.30-5.00 บาท
ความเสี่ยง หรือจุดอ่อน คือปัญหาด้านสภาพคล่อง ซึ่งมี Free float ที่ 12.88% ต่ำกว่าเกณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์ที่ไม่น้อยกว่า 15% ซึ่งเรามองว่าหากบริษัทสามารถแก้ไขได้จะทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
บทความห้ามพลาด
จับชีพจร 10 หุ้นโรงพยาบาล ปี 63









