หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
Event
จากงานประชุมนักวิเคราะห์ เราสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้
ผู้บริหารค่อนข้างมีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อเป้าหมายทางการเงินในปี 2563 เนื่องจาก 2 ใน 3 ธุรกิจหลักได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่หดหายในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้คาดยอดขายรวมของบริษัทจะหดตัว 12%YoY ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ในระดับ 28-30% ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน หลังได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ตต่ำลง ส่วน SG&A คาดลดลง 2- 3% หลังปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดพนักงานบางส่วนตามแผนควบคุมค่าใช้จ่าย
ธุรกิจฉนวนยางของ AFC ผู้บริหารคาดยอดขายรวมจะทำได้เพียงทรงตัว YoY หลังคำสั่งซื้อของประเทศในกลุ่มเอเชีย (ไทย และ CLMV) รวมถึงตะวันออกกลางปรับตัวลง แต่บางส่วนได้ถูกชดเชยด้วยยอดขายในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่อยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากคู่แข่งที่ใช้วัตถุดิบจากจีนมีปัญหาด้าน Supply Chain ทำให้บริษัทสามารถแย่งคำสั่งซื้อเข้ามาได้เพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่คำสั่งซื้อดังกล่าวเป็นสินค้ากลุ่ม High Value Added ทำให้คาดกำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 40-42%
ธุรกิจอะไหล่ยานยนต์ ARK คาดได้รับผลกระทบทางลบมากที่สุด จึงคาดยอดขายจะหดตัวราว 25%YoY หลังยอดขายสินค้ากลุ่ม OEM และ ODM แย่ลงตามยอดผลิตยานยนต์ในประเทศ อย่างไรก็ดีบริษัทยังมียอดส่งออกสินค้ากลุ่ม REM (อะไหล่ที่ใช้เปลี่ยนแทนชิ้นส่วนที่ออกมาจากโรงงาน) ที่ได้รับผลกระทบไม่มากนัก อย่างไรก็ดีอัตรากำไรขั้นต้นคาดลดต่ำลงเหลือเพียง 18- 21% เนื่องจากการใช้กำลังการผลิตที่น้อยลง ส่งผลให้การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scales) แย่ลง ส่วนผลประกอบการของ TJM เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นในเดือนนี้ หลังยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่โตดีและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง แต่คาดยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พลิกกลับมามีกำไรได้ในปีนี้
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกคาดมียอดขายทรงตัว YoY หลังยอดขายสินค้าในกลุ่มเครื่องดื่มที่ ปรับตัวลงทั้งลูกค้า Branded และ Retail ถูกชดเชยด้วยคำสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์ของกลุ่มอาหารที่เร่งตัวขึ้นมาก ตามการเติบโตของธุรกิจ Food Delivery และ Ready to Eat ในช่วง Lock-Down ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะขยายสินค้าในกลุ่มอาหารให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 40% ของกำลังการผลิต เป็น 50% ของกำลังการผลิตในปีนี้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นคาดอยู่ที่18-21% ดีขึ้นจากปีก่อน
ช่วงที่ผ่านมา EPG ได้เริ่มท าธุรกิจหน้ากากอนามัยภายใต้แบรนด์ EP-KARE ซึ่งปัจจุบันอยู่ ระหว่างการทดสอบตลาดและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้บริหารตั้งใจให้ EP-KARE มีไลน์สินค้ารองรับทั้งความต้องการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานการผลิตค่อนข้างสูง และการใช้งานประจำวันที่เน้นต้นทุนต่ำคาดเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายปี
Our Take
เรามีมุมมองเป็นลบเล็กน้อยหลังจบการประชุม โดยผู้บริหารยืนยันแนวโน้มผลดำเนินงานในช่วง 1Q63 (สิ้นสุดเดือน มิ.ย.) ที่จะเป็นจุดต่ำสุดของปี เนื่องจากธุรกิจ ARK ได้รับผลกระทบจาก ยอดขายยานยนต์ในประเทศที่แย่ลงมาก และยอดขายของ EPP ได้รับแรงกดดันจากการปิด เมืองปิดดห้างในเดือน เม.ย.-พ.ค. ก่อนที่จะค่อยๆ ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ช่วง 2Q63 โดยเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2563 ที่ 876 ลบ. หดตัว 12.4%YoY ตามเดิม หนุนด้วย ธุรกิจ AFC ที่เติบโตด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นตามคำสั่งซื้อสินค้าในกลุ่ม High Value Added ที่เพิ่มขึ้น, การปรับปรุงโรงงาน AFC-5 ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลง
แม้ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside เหลือ 6.4% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2563 ที่ 5.80 บาท และคาดให้ Div. Yield อีก 2.9% แต่ด้วยทิศทางผลดำเนินงานที่คาดยังไม่สดใสในช่วงสั้น ทำให้เราคง คำแนะนำเพียง “TRADING”
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









