หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP) ที่สามารถกลับมาอยู่ในแดนบวกได้สำเร็จเอาชนะตัวเลขคาดการณ์ที่มองว่าการจ้างงานจะยังติดลบอยู่ 8.3 ล้านตำแหน่งประกอบกับการกลับมาเปิดเมืองเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ สามารถดำเนินต่อไปได้ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่ดีของตลาดหุ้นสหรัฐฯ สำหรับปี 2020 ดัชนี NASDAQ สามารถขึ้นไปยืนเหนือจุดสูงสุดที่สร้างมาตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ในขณะที่ดัชนี S&P 500 เหลืออีกเพียง 1.1% ก็สามารถกลับขึ้นมาอยู่แดนบวกได้แล้ว
สิ่งที่นักลงทุนจะให้ความสนใจสำหรับสัปดาห์นี้จะเป็นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นเป็นระยะเวลา 2 วันติดต่อกันและอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าน่าจะเพิ่มสูงขึ้นตามภาพรวมทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมา นอกจากนี้ยังมี 3 หุ้นเด่นที่เราคัดมาให้ผู้อ่านเป็นประจำทุกสัปดาห์ให้ติดตามกันเช่นเคย
1. J.C. Penney
หุ้นของเจซี เพนนีย์ (OTC:JCPNQ) ห้างสรรพสินค้าชื่อดังของสหรัฐฯ ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 118 ปีอาจจะสามารถฟื้นตัวต่อเนื่องจากการปรับตัวขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพราะมีรายงานว่าบริษัท Sycamore Partners กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขั้นแรกในการซื้อกิจการเจซี เพนนีย์ที่ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์สินในฐานะบริษัทล้มละลายเพื่อปรับโครงสร้าง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าบริษัท Sycamore กำลังพิจารณาอย่างจริงจังระหว่างยื่นซื้อหรือลงทุนในบริษัทเจซี

หลังจากที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไปหุ้นของเจซี เพนนีย์ก็ดีดขึ้นทันที 55% ขึ้นไปยัง $0.32 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ข้อเสนอที่ Sycamore ยื่นให้กับเจซี เพนนีย์ถือเป็นข้อเสนอที่บริษัทต้องการและยากจะปฏิเสธ ที่ผ่านมาเจซี เพนนีย์ประสบปัญหาหนี้ของบริษัทที่ไม่สามารถแก้ไขได้และยังโดนซ้ำเติมด้วยโลกที่เปลี่ยนแปลงเข้าสู่การค้าขายผ่าน e-commerce ที่มีผลอย่างมากกับพฤติกรรมผู้บริโภค
เจซี เพนนีย์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าบริษัทหวังที่จะกลับมายืนยัดต่อสู้ในตลาดได้อีกครั้งหลังจากเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเพื่อจัดการรื้อโครงสร้างการจัดการในองค์กรใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะสร้างการค้ารูปแบบใหม่ขึ้นมาให้สอดคล้องกับระบบการเงินใหม่และการทำกำไรที่ดีขึ้นในอนาคต
2. American Airlines
ธุรกิจสายการบินกำลังกลับมาเป็นที่น่าสนใจอีกครั้งแม้การประท้วงในสหรัฐฯ จะยังไม่จบลงแต่ก็สามารถดำเนินควบคู่ไปกับขาขึ้นของดัชนีสำคัญๆ ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ยิ่งไปกว่านั้นตลาดยังมีความหวังว่าจะได้เห็นการฟื้นตัวแบบ V-Shape เพิ่มมากขึ้น สัปดาห์นี้หากตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดีขึ้นเชื่อว่าจะส่งผลต่อหุ้นกลุ่มธุรกิจการบินให้ปรับตัวดีขึ้นตามเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่นหุ้นของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ (NASDAQ:AAL) ที่ทะยานสูงขึ้น 45% ภายในวันเดียวสร้างราคาปิดห่างจากจุดเปิด 42% เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนหลังจากที่บลูมเบิร์กรายงานว่าสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์จะสามารถเพิ่มเที่ยวบินในเดือนกรกฎาคมได้มากกว่าเดือนมิถุนายน 74% ทำให้ในเดือนหน้าเราจะได้เห็นอเมริกัน แอร์ไลน์มีเที่ยวบินมากถึง 4,000 เที่ยวบินจาก 2,300 เที่ยวบินในปัจจุบัน
นอกจากนี้อเมริกัน แอร์ไลน์ยังคาดการณ์ว่าตัวเลขที่นั่งของผู้โดยสารในเดือนกรกฎาคมปีนี้จะเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับตัวเลขของเดือนนี้ซึ่งอยู่ที่ 30% อันมีสาเหตุมาจากเรื่องเดียวคือความเชื่อมั่นของผู้โดยสารที่มีต่อสายการบินท่ามกลางวิกฤโควิด-19
3. Adobe
บริษัทเจ้าของโปรแกรมตัดต่อภาพชื่อดัง “Photoshop” (NASDAQ:ADBE) จะรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2020 ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนหลังจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ปิด นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้น (EPS) จะอยู่ที่ $2.32 และมียอดกำไรรวมทั้งหมดอยู่ที่ $3,160 ล้านเหรียญสหรัฐ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา CEO ของ Adobe นาย Shantanu Narayen ได้ทำกลยุทธ์การตลาดหลายอย่างและดันผลิตภัณฑ์ของ Adobe ให้สามารถมีบทบาทในโลกของ e-commerce ให้ได้ซึ่งส่งผลให้หุ้นของ Adobe ปรับตัวขึ้นไตรมาสละอย่างน้อย 20% มาตั้งแต่ปี 2015

ในการรายงานผลประกอบการครั้งล่าสุด Adobe บอกว่า “หลายล้านคนทั่วโลกยังคงพึ่งพาผลิตภัณฑ์ของเราในการผลิตงานผลิตความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นมาบนโลก จากตัวเลขการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Creative Cloud ของเราพบว่ามีการดาวน์โหลดไปแล้วมาถึง 376 ล้านครั้งและมีการใช้งานไฟล์ PDF บนโปรแกรมของเราในปีที่แล้วมากถึง 250 ล้านคน”
ปัจจุบัน Adobe กำลังแข่งขันอยู่กับ Saleforce.com (NYSE:CRM) ทั้งในแง่เทคโนโลยีทางการตลาดและ e-commerce เพื่อขยายขอบเขตของผู้ใช้งานซอฟท์แวร์ที่ต้องการผลิตคอนเทนต์เชิงสร้างสรรค์มากขึ้น นับตั้งแต่ช่วงโควิดระบาดหนักในเดือนมีนาคมหุ้นของ Adobe ปรับตัวขึ้นมาตลอดจากจุดต่ำสุดในเดือนนั้น ปัจจุบันหุ้น Adobe ขึ้นมาแล้ว 19% มีราคาปิดล่าสุดเมื่อวันศุกร์อยู่ที่ $392.90 คิดเป็นการปรับตัวขึ้นตลอดทั้งวัน 1%









