เน้นหุ้นได้ประโยชน์จากทยอยปลด Lock Down แนะนำ BEM CBG RATCH

เผยแพร่ 01/06/2020 13:12
ในบทความนี้:

มิ.ย. มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ
ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวเดือน มิ.ย. บริเวณ 1285 - 1385 จุด แม้ใน เดือนที่ผ่านมาจะผิดไปจากที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามในแง่ของปัจจัยที่ประเมินไว้ ยังคงสอดคล้องกับที่ประเมินไว้ไม่ว่าจะเป็นผลประกอบการที่อ่อนแอ , การปรับลดประมาณการกำไรดัชนีการเทขายต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ สำหรับเดือนนี้เราแบ่งปัจจัยบวก / ลบ เป็นดังนี้

1.สภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้น ปัจจุบันปริมาณเงินในระบบของประเทศไทยที่วัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ (M2) โดยความหมายของ M2 คือ ปริมาณเงินที่ถือโดยภาคเอกชนซึ่งจะ ประกอบไปด้วย ธนบัตร + เงินฝากกระแสรายวัน + เงินฝากออมทรัพย์ + เงินฝากประจำ ขณะเดียวกันเมื่อปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้นแต่ปรากฎ สินทรัพย์ที่สามารถน าไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อกลับน้อยลง ตลาดหุ้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของการลงทุน สอดคล้องกับการเข้ามาซื้อสะสมของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยโดยที่ YTD ซื้อสุทธิสูงถึง 6.68 หมื่น ล้านบาท และ 1.33 แสนล้านบาทตามลำดับ

2.มาตรการ Short Sell จะเป็นตัวช่วยลดความผันผวนขาลง ตั้งแต่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์ Short Sell ให้เป็นการ Short ที่เหนือกว่าราคา Last ขึ้นไป ส่งผลให้การปรับฐานของตลาดเกิดขึ้น ค่อนข้างยาก ขณะเดียวกันมูลค่า Short Sell จากระดับปกติวันละ 5,000 ล้าน บาทลดลงเหลือเพียง 500 ล้านบาท (ภายหลังจากออกมาตรการข้างต้น) ซึ่งมาตรการนี้ในเดือนนี้จะยังคงด าเนินต่อเนื่องจึงเชื่อว่าจะเป็นตัวช่วยลดความ ผันผวนการปรับฐานที่รุนแรงได้

3.สัญญาณบวกจากประมาณการกำไร แม้ปีนี้ Bloomberg Consensus จะปรับลดประมาณการกำไรดัชนีลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 67.75 บาท / หุ้น (-22.7%YoY) และดูเหมือนว่าการปรับลด ประมาณการกำไรดัชนีปี 20 จะยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตามสัญญาณบวก คือนักวิเคราะห์มีการปรับลดปีกำไรปี20 แต่ปรากฎว่าปี 21 นักวิเคราะห์เริ่ม ไม่ได้ปรับลงจนทำให้ส่วนต่างระหว่างกำไรปี 20 กับ 21 ทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนมุมมองที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าผลกระทบจาก COVID19 จะกดดันกำไรเพียงปีนี้และปีหน้าจะทยอยฟื้นใกล้เคียงระดับปกติ โดยที่ข้อมูลล่าสุด Bloomberg ประมาณการกำไรดัชนีปี 21 ที่ 84.5 บาท / หุ้น (+25%YoY) เทียบกับกำไรปี 19 ที่ 87.7 บาท / หุ้น

4.เชื่อว่ารัฐบาลจะทยอยปลดล็อคกิจการเพื่อหนุนเศรษฐกิจ พัฒนาการตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID -19 ในประเทศไทยดีขึ้นเรื่อยๆ โดยสามารถรักษาระดับการเพิ่มขึ้น / วัน หลักเดียวเป็นระยะเวลานานถึง 23 วัน ส่งผลให้เดือนที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ทยอยปลดล็อคกิจการไปแล้วถึง 3 Phase ขณะเดียวกันด้วยมาตรการควบคุมต่างๆจากทั้งการระวังตัวเองของประชาชน รวมถึงการออก พรก.ฉุกเฉิน ของรัฐบาลจะเป็นตัวช่วยให้การควบคุมผู้ติดเชื้อ ในประเทศยังคงสามารถคุมได้ดีต่อเนื่องในเดือนนี้จึงเชื่อว่าในเดือนนี้รัฐบาล จะยังคงเดินหน้าทยอยปลดล็อคกิจการต่อเนื่อง

ปัจจัยลบหนีไม่พ้น Valuation ที่สูงซึ่งจะกดดัน Upside หากมองเพียงกำไรของปี 20 ที่ 67.75 บาท / หุ้น ( -22.7 %YoY) ณ ดัชนี บริเวณ 1340 จุด จะมีค่า Forward PE ที่ 19.8x สูงสุดในรอบ 15 ปี ตั้งแต่ Bloomberg Consensus มีการเก็บข้อมูลมา แต่ทั้งนี้ตลาด หุ้นก็ยังคงเดินหน้าต่อได้ในเดือนที่ผ่านมาและไม่ปรับฐานรุนแรง ส่วนนึงเชื่อว่า มาจากสภาพคล่องในตลาดการเงินที่สูงประกอบกับมุมมองของตลาดเป็นไปได้ว่าตลาดเชื่อว่าผลกระทบของ COVID -19 เป็นกรณีพิเศษที่จะกดดันผลประกอบการเพียงปีเดียวและสถานการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 20 และฟื้นตัวสู่ระดับใกล้เคียงปกติในปี 21 ตลาดจึงเลือกที่จะมองข้ามกำไรปีนี้ (เหตุที่ตลาดไม่ปรับฐานแรง) ซึ่งหากใช้กำไรปีหน้าที่ 84.5 บาท / หุ้น (อิงจาก Bloomberg Consensus) ระดับค่า Forward PE จะลงมาอยู่ที่ 15.8x ซึ่งระดับ 15.8x หากคำนวนย้อนหลังทั้งหมด 15 ปีจะเข้าสู่บริเวณ +1SD (เริ่มไม่ถูก)

ขณะเดียวกันในเชิง Trailing PE ขยับขึ้นมาซื้อขายถึงบริเวณ 1 8.5x ใกล้เคียง จุดสูงสุดเดิมบริเวณ 20x และเดือนนี้จะเป็นเดือนสุดท้ายก่อนเริ่มประกาศงบ 2Q20 ซึ่งเราเชื่อว่าภายหลังจากเสร็จสิ้นการประกาศงบ 2Q20 เป็นไปได้ว่า ดัชนีบริเวณ 1340 จุดอาจจะซื้อขายที่ระดับสูงกว่า 20x แล้ว ซึ่งจะใกล้เคียง กับจุดสูงสุดเดิมที่เคยท าไว้ (แนวต้าน) ดังนั้นจากเครื่องมือ PE ทั้ง 2 รูปแบบ บ่งชี้ว่า Upside ของดัชนีเดือนนี้ค่อนข้างจำกัด

ผลตอบแทนจากพอร์ตจำลองชนะตลาดต่อเนื่อง 4 เดือน ในเดือนที่ผ่านมากลยุทธ์การเลือกหุ้นของเราให้น้ำหนักกับธีมหุ้นที่มีปัจจัยบวก เฉพาะตัว (CPALL (BK:CPALL) RATCH) ประกอบกับหุ้นที่เชื่อว่าจะได้ประโยชน์จากการ คลาย Lock Down (SABINA ) ผลตอบแทนชนะตลาด 1 ตัว ใกล้เคียงตลาด 1 ตัว และแพ้ตลาด 1 ตัวส่งผลให้ผลตอบแทนเฉลี่ยพอร์ตเดือนที่ผ่านมาให้ ผลตอบแทนเฉลี่ย 7% เทียบกับดัชนีให้ผลตอบแทน 4%

กลยุทธ์การลงทุน
ด้วย Valuation ที่ยืนระดับสูงจะเป็นตัวสร้างแรงกดดัน Upside ของดัชนีโดย ประเมินไว้แนวต้านเดือนนี้ไว้บริเวณ 1385 อย่างไรก็ตามด้วยปัจจัยบวกที่ กล่าวไว้ด้านบนจะเป็นตัวช่วยจ ากัด Downside ไว้ได้ประเมินแนวรับเดือนนี้ที่ 1285 จุด ดังนั้นกลยุทธ์การเลือกหุ้นจึงควรเลือกหุ้นที่มีประเด็นบวก ธีมแรก มองไปยังการกลับมาเปิดเมือง (BEM BTS BJC CPALL CRC CPN MAJOR) ธีมถัดมามองไปยังผลประกอบการยังแข็งแกร่งทั้ง 2Q20 และ ทั้งปี (CBG)

BEM (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท) ได้ประโยชน์จากการทยอยกลับมา เปิดเมืองตามมาตรการคลาย Lock Down ของภาครัฐหนุนให้จ านวนการใช้ รถไฟฟ้า (MRT) และผู้ใช้ทางด่วนที่จะสูงขึ้น แม้ผลประกอบการ 2Q20 คาด ว่าจะหดตัวทั้ง QoQ YoY แต่เชื่อว่าตลาดจะมองข้ามและให้น้ าหนักกับการ ฟื้นตัวตั้งแต่ช่วง 3Q20 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันในช่วง 2Q20 ทาง รฟม. จะมีการแจก TOR โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์ - สุวินทวงศ์ หาก บริษัทได้จะส่งผลบวกต่อ Upside ให้ราคาเป้าหมายขึ้นเพิ่มอีก 1.8 บาท

CBG (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 110 บาท) มองการขายหุ้นของผู้บริหารเป็นเพียง ผลกระทบเชิงจิตวิทยาระยะสั้นเท่านั้นและเป็นการขายเพียง 2.25% ขณะที่เงิน จากการขายหุ้นจะนำไปสนับสนุนการประกอบธุรกิจในประเทศจีนผ่านบริษัท ร่วมทุนซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นผลบวกต่อบริษัทในระยะยาว ขณะที่ในแง่ของผล การดำเนินงานบริษัทไม่มีผลกระทบใดๆ เรายังมองหุ้นที่ปรับฐานลงมาเป็นโอกาสและคาดว่ากำไรทั้งปี 20 จะเติบโตได้ 33%YoY สนับสนุนจากต้นทุน ผลิตที่ลดลงจากการหันมาผลิตบรรจุภัณฑ์เอง นอกจากนี้ยังมี New S Curve จาก C+ LOCK (ผลิตภัณฑ์ใหม่)

RATCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 74.5 บาท) คาดผลประกอบการ 2Q20 จะเติบโตได้ทั้ง QoQ, YoY โดยการเติบโต QoQ เป็นการเติบโตตามปัจจัย ฤดูกาล ส่วน YoY เป็นการเติบโตเนื่องจาก (1) 290 MW ที่บริษัทได้ท าการ COD ไปเมื่อช่วงสิ้นปี 19 (2) โรงไฟฟ้าหงสาในลาวจะเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ขณะที่เรายังชอบบริษัท จากการมีรายได้ที่มั่นคงและมีอัตราเงินปันผลเฉลี่ย 3.5% ต่อปี

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th

.....

ดูกราฟความเคลื่อนไหวและพูดคุยเกี่ยวกับดัชนี SET

https://th.investing.com/indices/thailand-set

ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์ดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย