หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
กำไรสุทธิรวม 1Q63 ลดลงกว่ำครึ่งหนึ่ง
บริษัทจดทะเบียนใน SET รายงานกำไรสุทธิงวด 1Q63 เท่ากับ 1.09 แสนล้านบาท ลดลง 51.9% QoQ และ -59.6% YoY ผลประกอบการของหลายกลุ่มอุตสาหกรรม หดตัวอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มหลัก คือกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ที่มีผลขาดทุนสุทธิ เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์คือ น้ำมันดิบตกต่ำรุนแรง ทำให้หลายบริษัทต้องบันทึกขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในระดับสูงมาก
กลุ่มหลักอื่นที่ด้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ยังรวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว, ขนส่ง, ค้ำปลีก, โรงพยาบาล, ร้านอาหาร ฯลฯ การปรับลดประมำณการของ Consensus เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้คาดการณ์EPS ของ SET ที่ลงมาเหลือแค่ 67.94 บาท/หุ้น แต่อัตราการปรับลดประมาณการเริ่มช้าลงเมื่อเทียบกับเมื่อเดือน มี.ค. และเดือน เม.ย.
2Q63: ผลการดำเนินงานหลักอ่อนแอ แต่มีกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี เป็นตัวแปรสำคัญ ผลประกอบการของหลายกลุ่มอุตสาหกรรมน่าจะพบจุดต่ำสุดใน 2Q63 เพราะเป็นช่วงเวลาที่มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดมีความเข้มข้นและยาวนานสุด ทั้งการ ปิดศูนย์การค้า, ร้านอาหารเปิดให้บริการ Delivery หรือซื้อกลับบ้านเท่านั้น, มาตรการจำกัดเวลาออกจากเคหสถานหรือ Curfew
แต่ตัวแปรสำคัญคือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แม้ผลการดำเนินงานหลักน่าจะยังคงอ่อนแอตามอุปสงค์ต่อสินค้าโภคภัณฑ์และภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ในแง่ของผลประกอบการสุทธิ มีแรงกดดันน้อยลงเพราะเราประเมินว่า การขาดทุนสต็อกเป็นมูลค่ามากเหมือนใน 1Q63 น่ชาจะไม่เกิดซ้ำและบางธุรกิจ เช่น โรงกลั่น และปิโตรเคมี จะเริ่มได้รับประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำลง ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่กำไรสุทธิรวมของบริษัทจดทะเบียน ใน 2Q63 อาจจะดีขึ้นจาก 1Q63 หากกลุ่มพลังงานและปิ โตรเคมี กลับมาบันทึกกำไร จากสต็อกหรือมีขาดทุนสต็อกลดลงเมื่อเทียบกับ 1Q63
ตลาดหุ้นอย่บูนความคาดหวัง…เน้นเลือกหุ้นกำไรแข็งแกร่ง SET INDEX ไม่ได้ตอบสนองเชิงลบต่อผลประกอบการ 1Q63 แต่กลับฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง บนความคาดหวังว่า สถานการณ์โรค COVID-19 จะถึงจุดแย่สุดใน 2Q63 และภาครัฐจะเริ่มทยอยคลายมาตรการ Lockdown เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ค่อย ๆ กลับมา แต่การ Rebound ของ SET INDEX กว่า 38% จากจุดต่ำสุดช่วงกลางเดือน มี.ค. ถือว่า ฟื้นค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น หากอิงค่าเฉลี่ย EPS ระหว่ำงปี 2563 และ 2564 ที่ราว 76.3 บาท/หุ้น คำนวณ Forward P/E Ratio ได้ ราว 17.5x ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี+2SD บ่งชี้ว่า ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวัง ของการฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคตพอสมควรแล้ว
ในเชิงกลยุทธ์ เรายังคง แนะนำเก็งกำไรทางขึ้น แต่มีความระมัดระวังมากขึ้น โดยมีจุดตัดสินใจในการลดพอร์ต คือ 1,300 จุด
หุ้นแนะนำ ได้แก่ CPF/ HREIT/ RATCH/ SAWAD ปัจจัยความเสี่ยง: ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพำะน้ำมันดิบ, ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดรอบสอง (Second Wave)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
.....
ดูกราฟความเคลื่อนไหวและพูดคุยเกี่ยวกับดัชนี SET INDEX
https://th.investing.com/indices/thailand-set
ไม่อยากพลาดบทวิเคราะห์ดีๆ อย่าลืมกด "ติดตาม" นะครับ









