ภาพรวมตลาดสหรัฐสัปดาห์นี้: ผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคฯ อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ตลาดลงทุน

เผยแพร่ 27/04/2020 14:05

- การทดสอบแนวโน้มขาลงที่เร็วและแรงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนครั้งหนึ่งกำลังจะได้รับการทดสอบจากขาขึ้นที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เช่นกัน

- รายงานผลประกอบการจากบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีจะต้องสร้างความประหลาดใจในทางบวกได้มากพอจึงจะทำให้ขาขึ้นสามารถขึ้นต่อไปได้

- ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวลดลงต่อ

สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์สำคัญที่สุดสัปดาห์หนึ่งของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เดือนนี้ นอกจากตลาดจะต้องจับตารอดูผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปแล้วเรายังต้องรอดูผลประกอบการของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ ด้วย แม้สัปดาห์ก่อนจะมีข่าวร้ายมากมายเช่นราคาน้ำมันดิบ WTI ติดลบ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ตอนนี้มียอดรวม 26 ล้านคนแล้วที่ตกงานเข้ามาแต่ดัชนีหลักทั้ง 4 อย่างดาวโจนส์, S&P 500, NASDAQ และ Russell 2000 ก็ยังสามารถปรับตัวสูงขึ้นในวันสุดท้ายของการลงทุนได้

ในขณะที่กำลังเขียนบทความนี้สถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไปด้วยยอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งโลก 2,900,000 คนและมีผู้เสียชีวิตทั้งโลกแล้ว 203,332 คน ความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีผลต่อการติดเชื้อโควิด-19

สัปดาห์ที่ไม่มีอะไรคาดเดาได้ที่สุดสัปดาห์หนึ่งของตลาดหลังเผชิญโควิด-19

ดัชนี NASDAQ ปรับตัวขึ้น 1.65% นำทัพโดยกลุ่ม “5 เทพหุ้นเทคฯ (FAANG)” ที่ตลาดให้ความหวังว่ารายงานผลประกอบการที่ออกมาจะมีแนวโน้มที่ดีเช่นเดียวกันกับดัชนี Russell 2000 แม้ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีคือสาเหตุหลักที่ทำให้ดัชนีหลักทั้ง 4 ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์แต่รวมๆ แล้วกลุ่มดัชนีหลักกลับปรับตัวขึ้นได้เพียงประมาณ 2.00% เท่านั้น S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.39% โดยที่ 11 ภาคส่วนของดัชนีกลับมากลายเป็นสีเขียวอีกครั้ง กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ +0.36% ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี +2.12%

 

ขาขึ้นอันแสนชื่นใจในวันศุกร์ไม่ได้ช่วยให้ภาพรวมของดัชนีหลักทั้ง 4 ดีขึ้นมาก S&P 500 รวมแล้วถือว่าปรับตัวลดลง 1.32% ดัชนีดาวโจนส์ก็ลดลงมา 2.02% ใขณะที่ NASDAQ เองแม้จะทำผลงานได้ดีแต่ก็ยังถือว่าติดลบอยู่ 0.18% และผู้ชนะก็คือ Russell 2000 เป็นตลาดเดียวที่สามารถปรับตัวสูงขึ้น 0.32% ได้เมื่อจบวันศุกร์ที่ 24 เมษายน

 

จากสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นเลยว่าแม้จะเป็นดัชนีของหุ้นกลุ่มมูลค่าทางการตลาดไม่สูงมากก็ยังสามารถดีใจและวิ่งขึ้นกันได้ราวกับโควิด-19 ได้จบลงแล้ว แสดงว่าตลาดตั้งความหวังกับขาขึ้นครั้งนี้เอาไว้มาก แต่สำหรับเราแล้วกลับมองว่าขาขึ้นในช่วงนี้ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าความหวังที่ผสมอยู่กับความโลภ จากบทวิเคราะห์ในสัปดาห์ที่แล้วจนถึงตอนนี้เรายังคงประหลาดใจว่าทำไมคนถึงกล้าเอาเงินมาทุ่มกับขาขึ้นครั้งนี้ราวกับเชื่อว่าโควิดจบแล้วจริงๆ นี่คือการลงทุนที่ฉลาดที่สุดหรือโง่ที่สุดของตลาดกันแน่?

 

ขาขึ้นครั้งนี้ถือว่าเร็วและแรงมากเมื่อเทียบกับขาลงที่ลงมาอย่างเร็ว 30% ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุน พวกนักลงทุนมั่นใจได้อย่างไรว่านี่คือขาขึ้นที่มั่นคงถาวรท่ามกลางวิกฤตที่ได้ชื่อในตอนนี้ไปแล้วว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปีจนสามารถบังคับให้เศรษฐกิจทั้งโลกต้องชะลอตัวหรือถึงขั้นถดถอยพร้อมกัน ตอนนี้เรามียารักษากันแล้วหรืออย่างไร? มีทางออกอื่นๆ มารองรับแล้วหรือนอกจากการกระตุ้น กระตุ้น และกระตุ้นเศรษฐกิจจนเงินใกล้เคียงกับคำว่ากระดาษเข้าไปทุกที

ยิ่งไปกว่านั้นไม่ทราบว่านักลงทุนเห็นหรือไม่ว่าราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะอายุ 10 ปีกำลังมุ่งหน้ากลับลงไปทดสอบจุดต่ำสุดตลอดกาลแล้ว ราคาน้ำมันดิบ WTI ล่วงหน้าสามารถลงไปสู่สิ่งที่เรียกว่าติดลบได้เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์การลงทุน รัฐบาลสหรัฐฯ เจอตัวเลขยอดคนตกงานสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เรากังวลกับขาขึ้นในตอนนี้ได้อย่างไร

 

ในความเห็นของพวกเรา Investing.com นี่คือช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนมากที่สุดที่เราเคยเจอ มีสัญญาณขัดแย้งกันมากมาย แม้จะเห็นภาพที่เป็นบวกอยู่ข้างหน้าเราก็ไม่อาจเชื่อได้ว่านี่คือขาขึ้น ตอนนี้มีเพียงแต่ต้องรอให้โควิดจบเราถึงจะสามารถประเมินสถานการณ์โดยรวมได้จริงๆ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าโควิดจะจบลงเมื่อไหร่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็พึ่งออกมาบอกว่าคนที่เคยติดเชื้อไปแล้วไม่มีอะไรรับประกันว่าจะไม่สามารถกลับมาเป็นได้อีก แล้วทำไมตลาดถึงได้เชื่อในแนวโน้มขาขึ้นครั้งนี้กันมากนัก?

 

อย่างน้อยเราก็เชื่อว่ามีอยู่คนหนึ่งที่คิดเหมือนกับเรา อ้างอิงรายงานจากบลูมเบิร์กนักลงทุนระดับมหาเศรษฐีนายคาร์ล ไอคาห์น (Carl Ichan) บอกว่าเขาไม่คิดที่จะซื้อหุ้นในตอนนี้เพราะตลาดกำลังอยู่ในช่วงที่ให้ค่ามากเกินความเป็นจริง (overvalue) หากเจอสถานการณ์ดับฝันเข้าไปเป็นไปได้ว่าขาลงในครั้งนี้จะเกิดขึ้นรุนแรงมาก

 

ในบทความของสัปดาห์ที่แล้วเราได้เขียนไปว่าตลาดขาขึ้นกำลังเรียกผู้ที่ศรัทธาเข้ามาในตลาดแล้ว ในสัปดาห์นี้เราจะยังมองอย่างนั้นอยู่หรือไม่?

ดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นมาจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 23 มีนาคมคิดเป็นตัวเลข 26.79% ก่อนจะปรับลดลงมาจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 17 เมษายน 1.33% เท่านั้นแต่ก่อนหน้านั้นดัชนี S%P 500 ถือว่าร่วงลงมามากถึง 33.92% ตอนนี้ S&P 500 ปรับตัวขึ้นมา 6.5% นับจากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 7 เมษายนและถ้านับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันที่ 17 เมษายนพบว่าดัชนีขึ้นมาแล้ว 8.1% 

 

ความน่ากลัวอยู่ที่แม้จะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นแต่ตอนนี้กราฟได้หลุดสามเหลี่ยมลู่ขึ้น (Rising Wedge) ออกมาแล้วซึ่งโดยปกติแล้วขาลงที่จะตามมาจากรูปแบบนี้จะรุนแรงมาก ยิ่งไปกว่านั้นกราฟยังติดแนวต้านที่เกิดจากเส้นค่าเฉลี่ยอีกด้วย

เมื่อไปพิจารณาดัชนีวัดค่าความผันผวนของ S&P 500 แล้ว (VIX) พบว่าความสูงของกราฟแม้จะลดลงมาแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงมากใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในวันคริสต์มาสอีฟปี 2018 ซึ่งวันนั้นถือเป็นอีกหนึ่งวันที่แย่ที่สุดในตลาดลงทุน กราฟที่หลุดรูปแบบสามเหลี่ยมลู่ขึ้นลงมาแล้วและกราฟขาขึ้นที่กำลังทดสอบแนวต้านจากเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญประกอบกับดัชนี VIX ที่สูงลิ่ว ตลาดกำลังพยายามบอกอะไรกับนักลงทุนขาขึ้นอยู่กันแน่?

 

ขาขึ้นตลอดทั้ง 4 วันของดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ จบลงภายในวันศุกร์

ดัชนีดอลลาร์จะสามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 100.93 ได้หรือไม่? เพราะหากทำได้จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นครั้งใหม่ตามเส้นเทรนด์ไลน์หลักของขาขึ้น (เส้นประสีดำ) ที่สำคัญจะยังเป็นการพาตัวเองกลับเข้าสู่กรอบราคาขาขึ้นอีกครั้งโดยมีเป้าหมายราคาอยู่ที่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม แต่ในทางกลับกันถ้าดัชนีลงต่ำกว่า 99.00 ก็จะถือว่าเข้าสู่แนวโน้มขาลงด้วยเช่นกัน

 

ราคาทองคำล่วงหน้าส่งท้ายตลาดสัปดาห์ที่แล้วด้วยแรงขาลง

แม้ว่าราคาทองคำจะสามารถดีดตัวเองกลับขึ้นไปหลังจากลงมาทดสอบเส้น neckline เพื่อพยายามยืนยันขาขึ้นจากรูปแบบหัวไหล่ (Head & Shoulder) แต่อินดิเคเตอร์ RSI ก็แสดงรูปแบบหัวไหล่เช่นกันแต่เป็นขาแนวโน้มขาลงซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความอ่อนแรงขาขึ้นขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นอินดิเคเตอร์ MACD ส่งสัญญาณขายออกมาเรียบร้อย เราจะยังคงเชื่อว่ากราฟอยู่ในเส้นทางของขาขึ้นจนกว่าราคาจะหลุดแนวรับ $1,666.20 ลงมาได้

ถือเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกันแล้วที่ราคาบิทคอยน์พยายามปรับตัวสูงขึ้นแต่กราฟก็ยังไม่พ้นจากแรงกดดันของตลาดหมีที่วิ่งอยู่ในกรอบราคาขาลงซึ่งลากมาตั้งแต่จุดสูงสดของเดือนมิถุนายนปี 2019 ทำให้บิทคอยน์มีแนวต้านใหญ่ปรากฏอยู่ที่บริเวณ $9000 ยิ่งกว่านั้นทั้งอินดิเคเตอร์ MACD และ RSI ยังคงบอกว่าเป็นแนวโน้มขาลง

 

หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายในการส่งมอบน้ำมันดิบเดือนพฤษภาคมจนราคาลงไปติดลบได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กราฟราคาน้ำมันดิบ WTI ล่วงหน้าก็กลับขึ้นมายืนในแดนบวกได้อีกครั้งแต่ยังไม่สามารถขึ้นยืนสูงกว่าระดับราคา $20 ได้

อินดิเคเตอร์อย่าง MACD และ RSI เองต่างก็มีแนวต้านของตนที่ยังไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้เช่นเดียวกับกราฟ แสดงให้เห็นว่าขาลงยังคงควบคุมตลาดน้ำมันดิบเอาไว้อยู่ เราจึงพิจารณาว่าราคาน้ำมันดิบ WTI ล่วงหน้ามีโอกาสลงต่อมากกว่าที่จะขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากอัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนด้วยแล้ว

 

ข่าวสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ (เวลาทั้งหมดคำนวณเป็นเวลา EDT)

 

วันจันทร์

 

23:00 (ญี่ปุ่น) รายงานภาพรวมทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ)

 

วันอังคาร

 

10:00 (สหรัฐฯ) ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจาก CB: คาดว่าจะหดตัวจาก 120.0 ในเดือนกุมภาพันธ์เหลือ 88.0 ในเดือนเมษายน

 

10:19 (ญี่ปุ่น)  การประชุมอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ): คาดว่าจะคงตัวเลขอยู่ที่ -0.10%

 

18:45 (นิวซีแลนด์) รายงานตัวเลขการว่างงาน: คาดว่าแบบไตรมาสต่อไตรมาสจะเพิ่มขึ้นจาก 0.2% เป็น 0.3%

 

21:30 (ออสเตรเลีย) ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI): คาดว่าจะลดลงจาก 0.7% เหลือ 0.2%

 

วันพุธ

 

08:30 (สหรัฐฯ) รายงานตัวเลข GDP: คาดว่าจะลดลงจาก 2.1% เหลือ -4.0%

 

10:00 (สหรัฐฯ) ตัวเลขยอดขายบ้านที่รอการปิดขาย: คาดว่าจะลดลงจาก 2.4% เหลือ -10.00%

 

10:30 (สหรัฐฯ) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 15.022M เป็น 15.150M

 

14:00 (สหรัฐฯ)  การประชุมอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED): คาดว่าจะคงตัวเลขเอาไว้ที่ 0.25%

 

21:00 (ประเทศจีน) ดัชนี PMI ภาคการผลิต: คาดว่าจะลดลงจาก 52.0 เหลือ 51.0 แต่ยังถือว่ามีอัตราการเติบโตอยู่

 

วันพฤหัสบดี

 

03:55 (เยอรมัน) ตัวเลขอัตราการว่างงาน: คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1K เป็น 75K

 

05:00 (ยูโรโซน)  ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) แบบปีต่อปี: คาดว่าจะลดลงจาก 0.7% เหลือ 0.1%

 

07:45 (ยูโรโซน) การประชุมอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป (ECB): คาดว่าจะคงตัวเลขไว้ที่ 0.00%

 

08:30 (สหรัฐฯ) รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน: ตลาดยังคงให้ความสนใจกับข้อมูลตัวเลขชุดนี้ ล่าสุดรวมแล้ว 4 สัปดาห์ที่ผ่านมามีคนยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานแล้วทั้งสิ้น 26 ล้านคน

 

08:30 (แคนาดา) รายงานตัวเลข GDP แบบเดือยต่อเดือน: อาจจะคงตัวเลขไว้ที่ 0.1%

 

08:30 (ยูโรโซน) คำแถลงการณ์ของ ECB หลังการประชุมอัตราดอกเบี้ย

 

วันศุกร์

 

04:30 (สหราชอาณาจักร) ดัชนี PMI ภาคการผลิต: คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยจาก 32.9 เหลือ 32.8

 

10:00 (สหรัฐฯ) ดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM: คาดว่าจะลดลงจาก 49.1 เหลือ 36.7



https://www.investing.com/analysis/week-ahead-tech-earnings-could-add-more-uncertainty-to-already-risky-markets-200522656

 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย