+46%, +29%: การชุมนุมของหุ้นเทคฯ กําลังขยายตัว—ดูสิ่งที่โมเดลของเราเห็นก่อนใคร
วันนี้ 8 เม.ย. คาดตลาดหุ้นไทย SET INDEX SET ซึมตัวลงกรอบ 1200 – 1213
เนื่องจาก
1. บรรยากาศลงทุนรอบด้านเข้าสู่การแกว่งไร้ทิศทาง US - 0.1% JP - 0.6% หลังตอบรับเชิงบวกต่อจนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เริ่มทรงตัวได้ดีขึ้นไปแล้ว
2. คาดเผชิญแรงกดดันจากกลุ่มน้ำมัน เมื่อคืนที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบ BRT ปรับตัวลง 3.6% เนื่องจาก EIA ออกมาปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมัน BRT ในปี 20 จะอยู่บริเวณ 29.3 ดอลลาร์ / บาร์เรล โดยเป็นการปรับลงจาก เดือนก่อนถึง 23%
ในส่วนของการประชุม ครม. วานนี้ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบประมาณเยียวยา COVID - 19 เฟส 3 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น 1 ล้านล้านบาท และ 9 แสนล้าน บาท สำหรับ 1 ล้านล้านบาทใน 6 แสนล้านบาทจะนำไปช่วยสาธารณสุขและเยียวยาผู้ ได้รับผลกระทบจาก COVID -19 (ขยายระยะเวลารับสิทธิ์ 5 พันบาทออกไป 3 เดือน ถึง ก.ย. 20 , เยียวยาเกษตรกร , ดูแลสาธารณสุข ) ส่วนอีก 4 แสนล้านบาทจะนำไปใช้ ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม สำหรับ 9 แสนล้านบาท ใน 5 แสนล้านบาท ธปท. จะปล่อยกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ใน อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปีเพื่อให้ทางธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้ให้กับ SME ใน อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี (Soft Loan) ให้กับ SME ที่มียอดสินเชื่อคงค้างเดิมไม่เกิน 500 ล้านบาท และไม่ได้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ นอกจากนี้ยังพักชำระหนี้ให้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับ SME ที่เป็นลูกหนี้ชั้นดีโดยที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท
ส่วนอีก 4 แสนล้านบาทจะนำไปตั้งกองทุน BSF โดยกองทุนดังกล่าวจะนำไป ซื้อตราสารหนี้บริษัทเอกชนที่มีRating ดี และจะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 20 -21 จาก มาตรการข้างต้นทั้งหมดประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและอาหาร (BJC CPALL (BK:CPALL) CRC CPF) ในแง่ของการที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID -19 แต่ยังได้เม็ด เงินจากรัฐบาลส่วนการเข้าซื้อตราสารหนี้ทาง ธปท. ระบุว่าจะต้องเป็นระดับ BBB - ขึ้น ไปประเมินว่าจะช่วยสภาพคล่องต่อ (WHA THAI IVL SPALI QH THANI CPF BJC CBG BAM BANPU EA LH )
โดยหุ้นชุดข้างต้นเป็นหุ้นที่มี Rating BBB - ขึ้นไปและมี ครบกำหนดชำระในปีนี้ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นการปรับตัวขึ้นมา มองเป็นจังหวะแบ่งทำกำไรส่วนเน้น Trading ภายในวันแนะชุดหุ้นข้างต้น
Stock Pick
BJC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 61 บาท) ประเมินผลประกอบการของบริษัทยังสามารถ เติบโตได้สนับสนุนจาก การขยายสาขาใหม่ รวมไปถึง ยอดขายต่อสาขาของ Mini Big C มีทิศทางเป็นบวกโดย 2M20 + 3 %YoY นอกจากนี้บริษัทยังมีการปิดสาขา Mini Big C ที่ไม่ทำกำไรราว 67 สาขาในปีที่ผ่านมา
โดยเราคาดการณ์ว่ากำไรในปีนี้ จะ เติบโตได้12 %YoY
CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 81.5 บาท) เรามีมุมมองที่เป็นบวกต่อบริษัททั้งระยะ สั้น - ระยะยาว ระยะสั้นบริษัทได้แรงหนุนจากการที่ประชาชนกักตุนสินค้าจาก COVID -19 ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงมีการจ้างงานกว่า 2 หมื่นตำแหน่งเพื่อเป็นการบริการ สินค้า Delivery ถึงบ้านเพื่อตอบรับกระแส Work from home ส่วนระยะยาวบริษัท จะเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สุดครอบคลุมทั้งร้านสะดวกซื้อ ขนาดเล็ก (7 -11) , Hyper Market (TESCO LOTUS) , ซื้อเหมาอย่าง MAKRO โดยที่เรา ประเมินผลกระทบต่อกำไรสุทธิหลังรับรู้ TESCO ไม่เกิน 5 -8% พร้อมคาดว่าในปี 20 กำไรสุทธิจะเติบโตได้ราว 5 %YoY
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ cgsec.co.th









