Citi คาดหุ้น Nvidia จะปรับตัวสูงขึ้นหลังประกาศผลประกอบการ
คาดกำไรปกติ 1Q63 ทรงตัว QoQ และ YoY
คาดกำไรปกติ 1Q63 ที่ 1.38 พันล้านบาท (+2.6% QoQ, -3.4% YoY) กำไรที่ทรงตัวทั้ง QoQ และ YoY มาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายการตลาดและการอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลงเพราะการปิดเมือง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1) คาด service revenue ex. IC ที่ 1.53 หมื่นล้านบาท (-2.3% QoQ, +2.5% YoY) หดตัว QoQ จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด Prepaid แต่เติบโต YoY จากฐานต่ำ แม้ตลาด Prepaid มีการนำ Unlimited voice กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ขณะที่ตลาด Postpaid เริ่มมีการแข่งขัน Unlimited package ที่ระดับราคา 300 บาทต่อเดือนสำหรับการเปิดเบอร์ใหม่และย้ายค่ายเบอร์เดิม แต่ผลกระทบต่อ DTAC จำกัด จากฐานลูกค้าที่เหลืออยู่ของ DTAC เป็น Royalty Customer และส่วนแบ่งการตลาดในต่างจังหวัดที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ผลกระทบต่อ GDP หดตัวน้อยกว่าคู่แข่ง 2) คาดธุรกิจมือถือขาดทุนลดลงทั้ง QoQ และ YoY ที่ 400 ล้านบาท ตามยอดขายมือถือที่ลดลงจากการต้องปิดร้านบางส่วนในห้าง 3) คาด SG&A ที่ 3.6 พันล้านบาท (-3.5% YoY) จากกิจกรรมการตลาดที่ลดลงในเดือนมี.ค.63 เพราะสถานการณ์ COVID-19 และ 4)
คาด EBITDA อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท เติบโตได้ 6.5% YoY จากการอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลงและรายได้โตเล็กน้อย
หากกำไรออกมาตามคาด กำไรปกติ 1Q63 จะคิดเป็น 39% ของประมาณการทั้งปี 2563 ของเราที่ 3.4 พันล้านบาท (-45.7% YoY) DTAC (BK:DTAC) จะรายงานงบในวันที่ 24 เม.ย. 2563
คาด COVID-19 ทำให้รอบการลงทุน 5G ช้าลง ... บวกต่อ DTAC
ประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2563 ของเราที่ 3.4 พันล้าบาท (-46% YoY) อิงสมมติฐาน DTAC สูญเสียฐานลูกค้า Premium ให้กับคู่แข่งในช่วง 1 ปีครึ่ง ก่อนการประมูลคลื่น 3500MHz หลังคู่แข่งลงทุนหนักทั้งคลื่น 2600MHz และโครงข่าย 5G ทั่วประเทศก่อนหน้า อย่างไรก็ดี COVID-19 อาจทำให้ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่รุนแรงอย่างที่คิด ดังนี้ 1) แม้ COVID-19 จะกดดันให้ตลาด Telecom โดยรวมซบเซาในปี 2563 โดยเฉพาะใน 2Q63 ที่ตลาดจะเผชิญทั้งการเติบโตที่ติดลบของ GDP และการขาดหายไปของ SIM นักท่องเที่ยว แต่ 2) COVID-19 จะทำให้การลงทุน 5G เกิดขึ้นได้ช้าลงทั่วโลก ทั้งในแง่ Network Rollout จำนวนเครื่องมือถือ 5G ที่จะเข้าสู่ตลาด และ Application ที่พร้อมรองรับบริการ 5G และ 3) เราคาดผู้บริโภคยังไม่พร้อมสำหรับการจ่ายเพิ่มเพื่อ 5G อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ที่ Consumption Index ต่ำผิดปกติจากโรคระบาด
ดังนั้นการที่ DTAC เลือกไม่ลงทุน 5G เต็มตัวทันทีในปีนี้ อาจไม่ได้รับผลกระทบด้านการตลาดรุนแรงอย่างที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า และอาจกลายเป็นการตัดสินใจที่ดี หาก DTAC ได้ลงทุน 5G ในราคาต้นทุนอุปกรณ์ถูกลง บนคลื่น 3500MHz ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักของโลกในปี 2564
คงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม 55.00 บาทต่อหุ้น
แม้ประมาณการของเราอาจมี Upside Risk หาก DTAC ไม่สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดหนักตามที่คาดไว้ก่อนหน้า อย่าไงรก็ดีเรายังคงประมาณการและราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 เป็น 55.00 บาทต่อหุ้น (DCF WACC 8.3% Terminal Value 2%) แม้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้อย่างร้อนแรง +39% จากระดับต่ำสุดที่ 27 บาทต่อหุ้นในกลางเดือนมี.ค.63 แต่ ณ ราคาปัจจุบัน DTAC ยังซื้อขาย ที่ EV/EBITDA เพียง 5.2x และให้ปันผลที่ 3.3% บนประมาณการที่อาจมี Upside Risk ทำให้เราคงคำแนะนำ “ซื้อ”
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









