เปิดแอป

2 หุ้นที่คาดว่าจะคืนผลกำไรได้ดีหลังจากการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด

โดยInvesting.com
ผู้เขียนJesse Cohen
เผยแพร่ 06/03/2020 04:51

การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินของเฟด 50 จุดเบสิสจนอัตราดอกเบี้ยต้องลงมาเหลือ 1.25% พร้อมทั้งออกมาบอกด้วยว่า “การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นไปเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” แสดงให้เห็นว่าเฟดยอมรับแล้วว่าไวรัสโคโรนาอาจเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากเพียงใด การลดอัตราดอกเบี้ยกระทันหันเช่นนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก ครั้งสุดท้ายที่เฟดตัดสินใจเช่นนี้ต้องย้อนกลับไปถึงวิกฤตทางการเงินในเดือนตุลาคมปี 2008 เลยทีเดียว

กราฟอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

การลดอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้อาจจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของเฟด นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่าเฟดอาจจะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ในการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ กลางเดือนมีนาคมนี้ อย่างไรก็ตามเราเห็นหุ้นที่มีโอกาสเติบโตท่ามกลางความกังวลของเฟดในครั้งนี้

1. Newmont Goldcorp

ทันทีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นสิ่งแรกที่นักลงทุนจะนึกถึงคือการวิ่งเข้าหาสินทรัพย์สำรองซึ่งในตอนนี้ไม่มีสินทรัพย์สำรองตัวไหนจะทำผลงานไปได้ดีกว่าทองคำที่สามารถทะยานสูงขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ในรอบ 7 ปี

หุ้นของ Newmont Goldcorp (NYSE:NEM) คือการควบรวมกันของบริษัท Newmont Mining และ Goldcorp ในเดือนเมษายนปี 2019 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นของพวกเขาสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น กราฟปรับตัวขึ้น 12% ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาและตลอด 12 เดือนล่าสุดหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นมารวมแล้วทั้งสิ้น 48% มีราคาปิดเมื่อวานอยู่ที่ $51.00 ขึ้นสู่จุดสูงสุดของราคาที่ $51.34 ของเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2012 ได้เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา

กราฟ NEM รายวัน

บริษัทผู้ผลิต ส่งออกและเก็บสำรองทองคำที่ใหญ่ที่สุดของโลกรายงานผลประกอบการเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ในไตรมาสที่ 4 ที่ผ่านมาโดยมีตัวเลขผลกำไรรวมแล้วทั้งสิ้น $297 ล้านเหรียญสหรัฐคิดเป็นการเติบโตแบบไตรมาสต่อไตรมาสสูงถึง 45%

บริษัท Newmont Goldcorp ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากการทะยานขึ้นของราคาทองคำในขณะนี้ จากรายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 4 พบว่าผลกำไรของบริษัทมีการเติบโตจากปีที่แล้ว 20% ในขณะที่ราคาทองคำยังอยู่ที่ $1,478 ต่อออนซ์ในขณะที่ตัวเลขการส่งออกทองคำสูงขึ้น 27% แบบปีต่อปีคิดเป็นกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 1.83 ล้านออนซ์

คาดว่าในอนาคตบริษัทจะผลิตทองในปี 2020 เพิ่มขึ้นอีกเป็น 6.4 ล้านออนซ์ เชื่อว่าตราบเท่าที่ราคาทองคำยังคงวิ่งขึ้นต่อไปได้อีกมูลค่าผลกำไรของบริษัทจะยิ่งเติบโตขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้บริษัทได้ประกาศแผนที่จะเพิ่มกำไรในการปันผลขึ้น 79% คิดเป็น $1.00 ต่อหุ้น

2. Realty Income Corporation

จากการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะยังคงอยู่ในระดับต่ำเช่นนี้ไปอีกอย่างน้อย 1 ปี ทำให้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจ บริษัท Realty Income (NYSE:O) เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์มากถึง 5,797 แห่งหรือเท่ากับ 93.3 ล้านตารางฟุตสำหรับพื้นที่ให้เช่า บริษัทค่อนข้างให้ความสนใจกับบริษัทที่ไม่ถูกทำร้ายจากธุรกิจ e-commerce และการหดตัวทางเศรษฐกิจอย่างเช่น Walgreens และ 7-Eleven

ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้น 8% จนเกือบขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดตลอดกาลของราคาได้แล้ว เมื่อคืนนี้หุ้น Realty Income มีราคาปิดอยู่ที่ $78.15 มีมูลค่าทางการตลาดรวมแล้วทั้งสิ้น $2,670 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างจุดสูงสุดของราคาไว้ที่ $84.92 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กราฟรายวันของหุ้น Realty Income

ตัวเลขในรายงานผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 4 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสามารถเอาชนะตัวเลขคาดการณ์ไปได้ ตัวเลขการปันผลกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 39 เซนต์ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้อยู่ที่ 35 เซนต์ คิดเป็นการเติบโตทั้งสิ้น 35% เมื่อเทียบในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ตัวเลขผลกำไรรวมที่บริษัทสามารถทำได้เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้วโดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น $394.2 ล้านเหรียญสหรัฐสูงกว่าตัวเลจคาดการณ์ $382.5 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 79% เป็น 86% ในไตรมาสที่ 4 ปี 2018

มีบริษัทไม่มากนักที่สามารถปันผลกำไรจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ทุกเดือนในขณะที่บริษัทอื่นๆ จะปันผลเป็นแบบไตรมาสต่อไตรมาส ในแต่ละเดือนบริษัท Realty Income มีการปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ $0.2325 เพิ่มเปอร์เซนต์การปันผลขึ้น 3.74%

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย