S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
-
รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2019 ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ย. หลังจากตลาดปิด
-
รายได้ที่คาดการณ์: $2,920 ล้านเหรียญ
-
กำไรต่อหุ้นที่คาดการณ์ : $1.52 เหรียญ
การกลับมาที่น่าประทับใจและคึกคักของ บริษัท NVIDIA (NASDAQ:NVDA) เป็นสัญญาณที่ดีว่าหุ้นของผู้ผลิตชิปรายนี้ที่เคยตกต่ำที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมานั้นดีขึ้นแล้ว และยังมีอุปสงค์ที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม
เมื่อผู้ผลิตชิป Santa Clara ที่ตั้งอยู่ที่แคลิฟอร์เนียปล่อยรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ในวันพรุ่งนี้ นักลงทุนต่างตื่นตัวที่จะเห็นว่าการฟื้นตัวครั้งนี้นั้นแข็งแกร่ง NVIDIA ได้เห็นสินค้าคงคลังที่ไม่ลดลงและผู้ซื้อชะลอคำสั่งซื้อตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากอุตสาหกรรมที่ชะลอการเติบโตลง
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เกิดสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดของบริษัทชะลอการสั่งซื้อ โดยผลกระทบจากการหยุดการสั่งซื้อของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ส่งผลให้การเติบโตของ NVIDIA หดตัวลงจากปีก่อนหน้าติดต่อกันถึงสามไตรมาส
อ้างอิงจากการคาดการณ์ล่วงหน้าของบริษัท ยอดขายจะกดตัว 9% ในไตรมาสที่ 3 หลังจากที่มีการหดตัวในไตรมาสที่สอง 17% อย่างไรก็ตามการที่ยอดสั่งยังลดลงทำให้นักวิเคราะห์ออกมาเรียกร้องให้บริษัทกำหนดจุดต่ำสุด
ในไตรมาสที่ 2 ยอดขายของชิปสำหรับเกมได้พุ่งขึ้น 24% ในขณะที่ยอดขายจากศูนย์ข้อมูล ที่เป็นธุรกิจที่ใหญ่อันดับสองของ NVIDIA ได้ไต่ระดับขึ้น 3.3% จากช่วงเวลาก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวได้พิสูจน์ว่าการที่นาย Jensen Huang ประธานกรรมการบริหารได้กล่าวไว้ว่าการชะลอตัวของคำสั่งซื้อชิปเกมคอมพิวเตอร์และโปรเซสเซอร์สำหรับงานปัญญาประดิษฐ์นั้นเป็นระยะเพียงชั่วคราวเนื่องจากลูกค้าได้ทำงานผ่านสต๊อกที่ไม่มีการใช้งาน
หุ้นชิปทะยานขึ้นด้วยความหวังว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะบรรลุข้อตกลงและอุปสงค์จะดีขึ้น ดัชนีPhiladelphia Semiconductor ได้ปรับตัวขึ้น 48% ในปี 2019 ในขณะเดียวกันหุ้นของ NVIDIA ได้พุ่งขึ้น 50% ปิดการซื้อขายเมื่อวานที่ $208.57 เหรียญต่อหุ้น
เป็นการฟื้นตัวบนรากฐานที่อ่อนแอหรือไม่
แม้ว่านักลงทุนจะมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นกับบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก แต่รายงานผลประกอบการล่าสุดบางส่วน ยังแสดงให้เห็นว่าความต้องการของตลาดที่ฟื้นตัวนั้นยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเดือนที่ผ่านมาบริษัท Texas Instruments (NASDAQ:TXN) ได้ออกมาเตือนว่า การคาดการณ์ล่วงหน้าของรายได้ในไตรมาสที่ 4 คาดว่าอาจจะต่ำในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
อีกทางหนึ่ง บริษัทIntel (NASDAQ:INTC) รายงานถึงความแข็งแกร่งของผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 บริษัท Intel เป็นบริษัทชิปที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยวัดจากรายได้ ได้เน้นที่ความต้องการของสินค้าที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นภาคที่สำคัญสำหรับ NVIDIA ในการสร้างการเติบโต
นอกจากวัฏจักรของการชะลอตัวของเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาหลักที่สำคัญอีกประการที่อาจส่งผลต่อ NVIDIA ได้ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในข้อตกลงทางการค้า เพราะประเทศที่สร้างรายได้ถึง 20% ให้กับบริษัทคืออยู่ในอาเซียน
NVIDIA ลงทุนอย่างหนักในจีน ซึ่งใช้ชิปจำนวนมากเพื่อประกอบเข้ากับผลิตภัณฑ์อื่นโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ ผู้บริหารของ NVIDIA มีความกังวลว่าหากเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของโลกล้มเหลวในการแก้ไขข้อพิพาท จีนอาจจะถือโอกาสในการลดความสัมพันธ์ทางการค้ากับบริษัทที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯลง และหันไปสนับสนุนคู่แข่งการทางค้าในประเทศตัวเองแทน
สรุป
การฟื้นตัวในวงกว้างของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนรู้สึกสะดวกสบายในการถือครองหุ้นเหล่านี้ แม้ว่าข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนยังคงอยู่ในช่วงเจรจา และปัญหาการเติบโตทั่วโลกยังคงอยู่
เรายังคงแนะนำว่าควรมีความระมัดระวังในการถือหุ้นผู้ผลิตชิป เนื่องจากผลกำไรของพวกเขาอยู่ที่ความต้องการของตลาดที่ไม่แน่นอน แม้ว่ารายงานผลประกอบการของ NVIDIA ในวันนี้จะช่วยลดความไม่แน่นอนออกไปได้บ้างก็ตาม







