S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
-
ผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2019 จะประกาศในวันที่ 23 ตุลาคม 2019 ก่อนเปิดตลาด
-
รายได้ที่คาดการณ์: 19,560 ล้านเหรียญ
-
กำไรต่อหุ้นที่คาดการณ์: $2.08
วิกฤติการณ์ที่บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Boeing (NYSE:BA) กำลังเผชิญนั้นยังไม่น่าจะจบลงง่ายๆ เพราะ ข่าวร้าย เกี่ยวกับการดูแลจัดการระบบการทำงานของเครื่องยนต์ 737 Max ที่เพิ่งออกมานั้นจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทมากเสียยิ่งกว่าผลประกอบการที่กำลังจะประกาศออกมา และยังทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจอย่างมากในช่วงที่บริษัทจะต้องถูกดำเนินการสอบสวนจากทั่วโลกต่อไปเช่นนี้
เราเองก็หวังเช่นเดียวกับนักลงทุนที่จะได้เห็นเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ 737 Max ขึ้นทำการบินได้อีกครั้งหลังจากที่ถูกสั่งให้งดบินมาตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม แต่เหตุการณ์กลับยิ่งแย่ลงอีกเมื่อหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่านักบินเครื่องบินอาวุโสคนหนึ่งเคยแจ้งว่ามีความกังวลเกี่ยวกับระบบควบคุมการบินของเครื่องยนต์ 737 Max เมื่อสามปีที่แล้ว แต่บริษัทไม่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการกำกับและควบคุมการบินทราบจนล่วงเลยมาถึงปี 2019
ก่อนหน้านี้บริษัทมีความคาดหวังเป็นอย่างสูงว่าจะนำเครื่องบินที่มีขนาดตัวลำแคบรุ่นนี้มาใช้เพื่อเอาชนะคู่แข่งรายอื่นๆ แต่แผนการดังกล่าวก็ต้องล้มไปอย่างไม่เป็นท่าหลังจากที่เกิดเหตุเครื่องบินตกถึงสองครั้งภายในช่วงเวลาเพียงห้าเดือน
ตราบใดที่เครื่องบินรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ Max ยังขึ้นทำการบินไม่ได้ บริษัทก็จะยังอยู่ในสถานการณ์ ชื่อเสียง และฐานะทางการเงินที่ไม่น่าจะสู้ดีนัก สถานการณ์เช่นนี้ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้งบริษัท Boeing เอง รวมทั้งเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ด้วยอย่างมาก
เครื่องบิน Boing 737 ซึ่งทำการบินครั้งแรกในช่วงปลายยุค 1960 เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดและทำรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุดก็ว่าได้ การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์มาเป็นรุ่น Max นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจนทำให้มียอดสั่งซื้อเข้ามามากกว่า 5,000 รายการ รวมมูลค่ามากกว่า 600,000 ล้านเหรียญ เมื่อพิจารณารวมกับเครื่องบินที่ส่งมอบไปเรียบร้อยแล้วด้วย แต่ยอดขายในปัจจุบันกลับเริ่มลดลงเรื่อยๆ และคงจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงช่วงต้นปี 2020 สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า การที่เครื่องบินรุ่นนี้ยังไม่สามารถทำการบินได้เป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทแล้วอย่างน้อย 8.4 พันล้านเหรียญ
หุ้นร่วง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท Boeing ปรับลดลง 6.8% ไปปิดตลาดอยู่ที่ $344 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากกระแสข่าวล่าสุด รวมทั้งปัญหาระหว่างบริษัทกับองค์กรการบินแห่งชาติ (FAA) ที่ยังไม่จบสิ้น การปรับลดลงของราคาหุ้น Boeing ในครั้งนี้ถือว่าลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2016 เป็นต้นมาเลยทีเดียว และยังถือเป็นการปรับลดลงของ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ มากที่สุดด้วยก็ว่าได้
เราคาดว่าต่อจากนี้ไป Boeing จะยังไม่สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติไปอีกระยะหนึ่ง เพราะบริษัทน่าจะยังไม่สามารถดึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้กลับคืนมาในระยะเวลาอันสั้นได้
แน่นอนว่าบริษัทย่อมสามารถแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคเกี่ยวกับเครื่องยนต์ Max ให้กลับมาดีได้อีกครั้ง แต่กระบวนการนี้จะต้องได้รับความเชื่อมั่นจากสาธารณชนคืนมาด้วย จึงจะถือว่าประสบความสำเร็จ ข้อกล่าวหาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ว่าผู้บริหารของบริษัทเคยรับทราบปัญหาของเครื่องยนต์ 737 Max มาก่อนแล้วนั้นยิ่งเป็นการทำให้กระบวนการเรียกความเชื่อมั่นเลวร้ายไปกว่าเดิม
FAA เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติเครื่องบินรุ่นดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่มนั้นไม่เกี่ยวข้องกับงานที่ FAA กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้ FAA กำหนดให้บริษัท Boeing ดำเนินการวิเคราะห์ระบบความปลอดภัยเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดของเครื่องยนต์ใหม่อีกครั้ง รวมทั้งให้ทำการทดสอบอีกหลายรายการที่บริษัทไม่เคยทำในการขออนุญาตครั้งแรกในปี 2017
บทสรุป
หุ้นของบริษัท Boeing จะฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤติได้ รวมทั้งปัญหาของเครื่องยนต์ Max ย่อมได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน ขั้นตอนต่อไปก็เหลือเพียงการแสดงความรับผิดชอบและดำเนินการต่อไป ซึ่งอาจทำให้ซีอีโอของบริษัทอย่างนายเดนนิส มุยเลนเบิร์กต้องลาออกจากตำแหน่งไปด้วยก็เป็นได้ หากองค์กรการบินฯ สรุปผลการพิจารณาออกมาว่าบริษัทจงใจปกปิดข้อมูลดังกล่าวจริง เราเชื่อว่าเมื่อนั้นหุ้นของ BA จะร่วงลงอย่างหนัก แต่ก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อเก็บไว้เช่นกัน








