S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
Earning Result
- KTC รายงานกำไรสุทธิช่วง 3Q62 ที่ 1,292 ลบ. หดตัว 7.4%YoY แย่กว่าที่เราและตลาดคาด โดยแม้กำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายตั้งสำรองและภาษี (PPOP) จะโต 3.3% ตามที่เราคาด หลังรายได้ดอกเบี้ยรับโต 6.4%YoY สอดรับกับพอร์ตสินเชื่อรวมที่เพิ่มขึ้น 9.3%YoY (สินเชื่อบัตรเครดิตโต 10%YoY และสินเชื่อส่วนบุคคลโต 9%YoY) และรายได้ที่มิใช้ดอกเบี้ยโต 3%YoY หลักๆ มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่โตดี แต่ปัจจัยบวกดังกล่าวถูกหักล้างด้วยปัจจัยลบจากทั้ง 1) NIM ที่แคบลงจาก 15.7% ในช่วง 3Q61 เหลือ 15.4% หลังสัดส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น (Yield ต่ำ) และ 2) CIR เพิ่มขึ้นเป็น 37.1% จาก 36.6% ในช่วง 3Q61 จากมีค่าใช้จ่ายในส่วนของสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเพิ่มเข้ามา
- ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการแย่กว่าที่เราคาดถึง 8% มาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น 16.5%YoY ทำให้ Credit Cost เพิ่มขึ้นแตะ 8.4% จากเพียง 7.8% ในช่วง 3Q61 หลัง KTC เพิ่มความระมัดระวังต่อภาวะ ศก. ที่ยังไม่ฟื้น บวกกับรองรับการเร่ง Write off หนี้ (หนี้ที่สามารถ Write off ได้ต้องมีการตั้งสำรอง 100%) ก่อนจะมีการปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ในปีหน้า
Our Take
- กำไรช่วง 9M62 คิดเป็น 76.3% ของประมาณการทั้งปี และเรายังคงประมาณการเดิม โดยคาดกำไรช่วง 4Q62 ของ KTC มีแนวโน้มแต่ดีขึ้น YoY ตามขนาดของพอร์ตสินเชื่อและฐานผู้ใช้บัตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วน QoQ คาดฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการจับจ่ายภาคครัวเรือน แต่คาดยังมีแรงกดดันจากการตั้งสำรองที่เร่งตัวขึ้นในช่วงก่อนปรับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ในช่วงต้นปี 63 หนุนให้เราประเมินว่า KTC จะมีกำไรสุทธิปี 62 ราว 5,508 ลบ โต 7.2%YoY
- แม้ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside ราว 15.3% จากมูลค่าพื้นฐานปี 63 ที่ 47 บาท แต่เรายังคงแนะนำเพียง “Trading” เนื่องจากช่วงสั้นคาดราคาหุ้นจะถูกกดดันจากการปรับลดประมาณการกำไรของ Consensus รวมทั้งเรายังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของแผนรุกธุรกิจจำนำทะเบียน (KTC พี่เบิ้ม) ที่จะเป็น Growth Driver ตัวใหม่ของบริษัท
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








