S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
What’s new?
- ผลการประมูลเปิดซองราคา สนามบินอู่ตะเภา กลุ่ม BBS เป็นผู้เสนอราคาให้ผลตอบแทนภาครัฐสูงสุด STEC คือ1 ในผู้ถือหุ้น มีโอกาสรับงานก่อสร้าง
- ปี 2563 ยังมีงานใหม่ที่เตรียมเข้าประมูลจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มต่อขยาย และงานภาคเอกชน จากCommercial Building อีกหลายแห่ง
Our view
- คาดกำไร 3Q62 จะได้แรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตตามความคืบหน้าของงานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ขณะที่มาร์จิ้นยังฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ในปี 2563 ผลประกอบการยังมีแรงกดดันจากโครงการรัฐสภา ทำให้มาร์จิ้นยังอยู่ระดับ 5-6%
งานสนามบินอู่ตะเภา..กลุ่ม BBS เสนอผลตอบแทนให้ภาครัฐสูงสุด
วันที่ (11 ต.ค.) กองทัพเรือได้เปิดซองประกวดราคาโครงการสนามบิน อู่ตะเภา วงเงินโครงการ 2.9 แสนล้านบาท โดยผู้เสนอราคาผลตอบแทนให้กับรัฐมากสุดคือ กลุ่ม BBS ( ประกอบด้วย BA ถือหุ้น 45% BTS ถือหุ้น 35% และ STEC ถือหุ้น 20%) ซึ่งเสนอผลตอบแทนหลักแสนล้านบาท มากกว่าคู่แข่งที่ให้ผลตอบแทนหลักหมื่นล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขการเสนอราคาต้องเสนอราคามูลค่าผลตอบแทนให้กับรัฐมากกว่า มูลค่าปัจจุบันสุทธิที่ 4.2 หมื่นล้านบาท โดยจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ต.ค.และสรุปการประมูลได้ภายใน เดือน พ.ย. เตรียมเซ็นสัญญา เดือนม.ค.2563 เบื้องต้นมูลค่าโครงการเฉพาะงานก่อสร้าง ราว 8-9 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะแบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส เริ่มต้น เฟสแรกด้วยวงเงินก่อสร้างราว2-3หมื่นล้านบาท หากผลการประมูลกลุ่ม BBS เป็นผู้ชนะและเป็นไปตามคาด จะช่วยต่อยอดงานในมือและรายได้ของ STEC ในอนาคตระยะยาว
3Q62 ได้แรงหนุนจากรายได้
ใน 3Q62 เราคาดSTEC จะมีรายได้ที่เติบโตต่อเนื่องอยู่ที่ 7.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% QoQ และ 6%YoY ผลจากความคืบหน้าของงานรถไฟฟ้าทั้งจากสายสีส้ม/ชมพู/เหลือง และโครงการรัฐสภา โดยจะมีกำไรปกติ 269 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับรายไตรมาส จากมาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยและค่าใช้จ่ายที่ลดลง อย่างไรก็ดีผลประกอบการเมื่อเทียบกับรายปีจะเห็นการอ่อนตัวลงถึง 29% ผลกระทบยังคงมาจากมาร์จิ้น ใน 3Q61 มีมาร์จิ้นระดับดีกว่าที่ 7.8% เนื่องจากยังมีการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นดี
9M62 กำไรปรับลดผลกระทบจากมาร์จิ้น
สำหรับผลประกอบการในงวด 9M62 คาดมีกำไรปกติ 884ล้านบาท ลดลง 5%YoY ผลกระทบจากมาร์จิ้นที่ลดลง เป็น 5.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 7.7% สาเหตุจากการบันทึกรายได้ของงานรัฐสภาที่เพิ่มขึ้นขณะที่การรับรู้รายได้จากงานโรงไฟฟ้าที่มีมาร์จิ้นดีลดลง ขณะเดียวกันการรับรู้รายได้ยังคงทำได้ดี จากความคืบหน้าของงานรถไฟฟ้าและงานโรงไฟฟ้า ที่ 2.2 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 23% YoY โดยกำไรในงวด 9M62 คิดเป็น 80% ของประมาณการเราทั้งปี
คงคำแนะนำ “เก็งกำไร”
แม้ว่าผลประกอบการในปี 2562 -2563 จะไม่โดดเด่นเนื่องจากมีผลกระทบจากมาร์จิ้นที่อ่อนตัวลง จากโครงการรัฐสภา อย่างไรก็ดี STEC มีปัจจัยบวกจากโอกาสการรับงานใหม่เพิ่ม ทั้งจากงานภาครัฐโครงการรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ รวมถึงงานภาคเอกชน ในกลุ่ม Commercial Building ขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเริ่มดำเนินงานเช่น The Bangkok Mall/ DUSIT Central Park / The One Bangkok เป็นโอกาสต่อการรับงานใหม่เพิ่มเช่นกัน โดยมีจุดแข็งคือการมีรายได้ที่ต่อเนื่องซึ่งได้รับการสนับสนุนที่ดีจากงานในมือปัจจุบันที่ 9.3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้การควบคุมมาร์จิ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ราคาเหมาะสมปี 2563 ที่ 24.80 บาท (อ้างอิง PBV-0.50SD ที่ 3.16เท่า)








