S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
ราคาหุ้นของบริษัท Aurora Cannabis เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลงไป 4.58% โดยไปปิดตลาดในวันศุกร์อยู่ที่ระดับ $4.04 (C$5.84)
หุ้นของบริษัทผู้ผลิตกัญชารายใหญ่ของแคนาดารายนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างผันผวนหนัก โดยเมื่อวันพุธปรับลดลงไป 14.5% เหลือ US$3.85 (C$5.12) ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ จากนั้นก็ดิ่งลงอีกระลอกเมื่อวานนี้โดยปรับลดลง 6.59% ไปอยู่ที่ระดับ US$4.11 (C$5.47)
การที่ราคาหุ้นของ Aurora ปรับตัวขึ้นได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเกิดจากการที่บริษัทเปิดเผยรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานเพื่อขยายธุรกิจไปยังทั่วโลก นายเทอร์รี บูท ซีอีโอของบริษัทชี้แจงว่า
"Aurora มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านกัญชาทั่วโลกอย่างจริงจัง และยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทอย่างเต็มที่”
"ทีมของ Aurora กำลังเตรียมความพร้อมในกลยุทธ์หลายๆ อย่างที่จะนำไปใช้ในแคนาดา สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัท”
ข่าวล่าสุดที่บริษัทเผยแพร่ออกมานั้นเป็นแนวทางในภาพรวมของยักษ์ใหญ่ในวงการอุตสาหกรรมกัญชารายนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับการขยายธุรกิจไปยังแคนาดาตะวันตกและเดนมาร์ก รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงแผนการดำเนินงานในควิเบค ออนตาริโอ สหรัฐฯ ลิทัวเนีย ลัตเวีย เอสโตเนีย และละตินอเมริกา นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสัญญาและข้อตกลงต่างๆ ในการส่งออกไปยังสหราชอาณาจักร โปแลนด์ และออสเตรเลียด้วย
ปัจจุบัน บริษัท Aurora ดำเนินธุรกิจอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก
กราฟราคาหุ้น Aurora Cannabis
บริษัทอาจจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลล่าสุดดังกล่าวให้กับนักลงทุนเพื่อควบคุมสถานการณ์ราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน ซึ่งในขณะนั้นราคาหุ้นของบริษัทอยู่ที่ระดับ US$6.49 (C$8.54) หากเปรียบเทียบกับราคาของวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันก่อนหน้าที่จะมีอัปเดตดังกล่าวซึ่งอยู่ที่ระดับ US$3.85 (C$5.12) จะถือว่าลดลงไปแล้วถึง 37.7% เลยทีเดียว ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลอัปเดตล่าสุดจึงช่วยให้ราคาหุ้นของบริษัทพลิกกลับขึ้นมาอยู่ที่ US$4.51 (C$6.01)
แต่ราคามีการเปลี่ยนแปลงจริงหรือ?
ปัจจัยหลักที่เป็นตัวกระตุ้นการปรับลดลงของราคาหุ้นของบริษัทจากเมืองเอดมันตันแห่งนี้ก็ยังไม่ได้หายไปแต่อย่างใด และปัจจัยดังกล่าวนั้นก็คือ ตัวเลขผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ซึ่งแย่กว่าที่คาดเอาไว้นั่นเอง
สาเหตุที่ทำให้นักลงทุนกังวลมีสองอย่างด้วยกันคือ อย่างแรก บริษัทยังทำผลงานได้ไม่ถึงเป้าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และอีกอย่างที่น่าจะสำคัญมากกว่าก็คือ บริษัทไม่สามารถทำได้แม้แต่ตัวเลขคาดการณ์ที่ตนเองปรับลดลงมาก่อนหน้านี้ รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสถัดไปซึ่งมีกำหนดจะประกาศให้ทราบในอีก 1 เดือนต่อจากนี้จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนกำลังจับตามองอยู่อย่างใกล้ชิด
แม้ว่าบริษัทจะมีแผนการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจอีกมากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนยังให้ความสำคัญมากก็คือภาระหนี้สินของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
หนี้สินที่กำลังจะเพิ่มมากขึ้น
บริษัท Aurora มีหนี้สินสุทธิราว 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (322.5 ล้านดอลลาร์แคนาดา) เมื่อเทียบกับจำนวนโครงการที่กำลังจะมีการขยายตัวแล้วจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ
โครงการต่างๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ไม่ว่าจะเป็น โครงการ Aurora Sun ซึ่งมีพื้นที่ถึง 1.6 ล้าน ตร.ฟุตในเมือง Medicin Hat จังหวัด Albera, โครงการ Nordic Sky ในเมือง Odense ของเดนมาร์ก ขนาด 1 ล้าน ตร.ฟุต, การก่อสร้างเพื่อขยายพื้นที่โรงงานในเขต Whistler ในจังหวัดบริติชโคลัมเบีย และการก่อสร้างศูนย์นวัตกรรมในเมือง Comox จังหวัดบริติชโคลัมเบีย สำนักงานใหญ่แห่งใหม่สำหรับบริษัทในเครืออย่าง Anandia Laboratories ซึ่งจะเป็นสถานที่สำหรับการวิจัยและทดสอบซึ่งกำหนดก่อตั้งในแวนคูเวอร์ก็มีกำหนดเปิดใช้งานในวันนี้
จากข้อมูลการขยายธุรกิจทั้งหมดดังกล่าวจึงน่าจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าภาระหนี้สินของบริษัทน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งหลักๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันอย่าง Canopy Growth และ บริษัทในควิเบคอย่าง Hexo ก็ยังถือว่ามีเงินสดอยู่ในบัญชีงบดุลอยู่
แม้ว่าบริษัททั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ยังได้รับแรงกดดันที่ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้ให้มากขึ้นในขณะนี้ได้ แต่สำหรับ Aurora ซึ่งมีภาระหนี้สินอันหนักอึ้ง จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับแรงกดดันที่สาหัสกว่าคู่แข่งรายอื่นหลายเท่า ดังนั้นผลประกอบการประจำไตรมาสถัดไปของ Aurora ที่มีกำหนดจะประกาศออกมาในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้น่าจะสามารถให้คำตอบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การลาออกของผู้อำนวยการสายการเงินของบริษัท HEXO
ผู้อำนวยการสายการเงินของ HEXO หนึ่งในบริษัทผู้ผลิตกัญชาในควิเบคประกาศลาออกอย่างกะทันหันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่กลับเข้ารับตำแหน่งได้เพียงสี่เดือน
จากแถลงการณ์ของนายไมเคิล โมนาฮาน เขาได้ให้เหตุผลในการลาออกจากตำแหน่งนี้ว่า หน้าที่ความรับผิดชอบที่มีในขณะนี้จำเป็นจะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองหลวง ซึ่ง “ทำได้ยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ครอบครัวเดือดร้อน”
ข่าวดังกล่าวถูกรายงานออกมาเมื่อวานนี้ พร้อมๆ กับที่หุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงไปมากกว่า 6%
หลังจากนั้นชื่อของนายสตีเฟน เบอร์วอช รองประธานบริษัทฝ่ายกลยุทธ์การเงินจึงได้ถูกเสนอขึ้นเพื่อให้มาดำรงตำแหน่งแทนนายโมนาฮานต่อไป








