S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
What’s new?
- คาดกำไรช่วง 3Q62 โต 2.3% จากพอร์ตสินเชื่อที่คาดโต 2.3%YoY ทำให้รายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ขณะที่การตั้งสำรองคาดลดลง เพราะไม่ต้องเร่งตั้งสำรองเพื่อรับมาตรฐานบัญชีใหม่เหมือนปีก่อน
Our view
- มองระยะยาวยังมีศักยภาพเติบโตที่แข็งแกร่งจากการปรับตัวสู่ Digital Platform
- ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมาก จนซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง – 2 S.D.
- แนะนำ “ซื้อ” โดยหวัง Upside 31.6% จากมูลค่าพื้นฐานปี 63 ที่ 198 บาท และคาดมี Div. Yield จากกำไรช่วง 2H62 อีก 2.3%
Kasikorn Bank
แม้ช่วงสั้นไม่เด่น แต่ราคาสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว
กำไรช่วง 3Q62 ยังไม่เด่น ตามภาวะ ศก. ที่ยังไม่ฟื้นตัว
ช่วง 3Q62 เราคาดกำไรสุทธิของ KBANK (BK:KBANK) ที่ 9,972 ลบ. โต 2.3%YoY ซึ่งแม้คาดมีแรงกดดันหลักจาก NIM ที่คาดปรับลงจาก 3.4% ในช่วง 3Q61 เหลือ 3.3% รับผลลบจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเดือน ส.ค. (KBANK มีสัดส่วนสินเชื่อ SME และ Corporate รวม 69% ของพอร์ตซึ่งมีการปรับลดดอกเบี้ยเร็วกว่าสินเชื่อรายย่อย) แต่มองว่าปัจจัยลบดังกล่าวจะถูกหักล้างด้วย 1) รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิคาดโต 4.3%YoY หนุนด้วยพอร์ตสินเชื่อรวมที่คาดโต 2.3%YoY โดยมีสินเชื่อรายย่อยในส่วนของ Unsecured Loan เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก หลังมีจำนวนผู้ใช้งาน KPLUS เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้คาดสินเชื่อ SME และ Corporate ทรงตัวตามภาวะ ศก. ไทยที่ไม่สดใส 2) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยคาดโต 2.4%YoY จากค่าธรรมเนียมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นตามขนาดของพอร์ต และฐานที่ต่ำในปีก่อนซึ่งถูกกระทบด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมการชำระเงินผ่าน Digital Platform และ 3) ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองลดลง 6.2%YoY หลังไม่จำเป็นต้องเร่งตั้งสำรองเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่เช่นปีก่อน
ช่วง 4Q62 มอง Loan Growth จะถูกชดเชยด้วย NIM ที่เริ่มทรงตัว
สำหรับช่วง 4Q62 เรามีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อ ศก. ไทยที่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจน ทำให้คาดการปล่อยสินเชื่อของ KBANK จะไม่โดดเด่นนักแม้เป็นช่วง High Season และมีความเสี่ยงที่ผู้บริหารจะปรับลดเป้าสินเชื่อลงจากเดิมตั้งไว้ที่ 5-7% ในปี 62 (เราคาดโต 3.8%YoY) นอกจากนี้เราคาด NPL Ratio ของ KBANK มีโอกาสสูงกว่าคาด เนื่องจาก KBANK มีนโยบายเน้นบริหารหนี้เสียเองและลดการ Write Off อย่างไรก็ดีคาด NIM จะเริ่มชะลอการปรับตัวลงหลังถูกชดเชยด้วยการโตของ Unsecured Loan ซึ่งมี Yield สูง ทำให้คาดปี 62 KBANK จะมีกำไรสุทธิ 39,331 ลบ. โต 2.3%YoY
แผนโตระยะยาว...เน้นขยายสินเชื่อรายย่อยผ่าน Digital Platform
กลยุทธ์เติบโตระยะยาวของ KBANK จะเน้นโตผ่านการขยายพอร์ตของสินเชื่อรายย่อยโดยเฉพาะ Unsecured Loan ที่สามารถคิดอัตราดอกเบี้ยได้สูงถึง 28%p.a. ซึ่งจะถูกขับเคลื่อนด้วยแผนผลักดันให้ลูกค้าเข้าสู่ระบบ Digital Platform มากขึ้น (คาดฐานผู้ใช้ 11.8 ล้านราย คิดเป็นการโตเฉลี่ยปีละ 36.9% ในช่วงปี 2559-2562) ทำให้ธนาคารสามารถนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ยืดหยุ่นและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้ โดยอ้างอิงผลการวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายด้วยระบบ Data Analysis ที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ KBANK ยังตั้งเป้าเป็น Customers’ Life Platform of Choice โดยการร่วมมือกับพันธมิตร เช่น GRAB, LINE และ Payment Platform อื่นๆ เพื่อให้ KBANK เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของลูกค้ามากขึ้น ซึ่งในระยะยาวจำนวนฐานข้อมูลลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ KBANK มีศักยภาพในการแข่งขันในยุค Digital
ซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่า -2 S.D. และมี Upside 31.6% จึงแนะนำ “ซื้อ”
เรามอง KBANK เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่ม ธพ. ขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุค Digital โดยในแง่ Valuation ปัจจุบันซื้อขายที่ PBV เพียง 0.9x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 3 ปี – 2 S.D. ทำให้เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว นอกจากนี้ยังมี Upside 31.6% จากมูลค่าพื้นฐานปี 63 ที่ 198 บาท (วิธี GGM) และคาดมีปันผลจ่ายจากกำไรช่วง 2H62 อีก 3.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Div. Yield 2.3% เราจึงแนะนำ “ซื้อ”
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta SecuritiesSource: Company








