เปิดแอป

OSP: อีกหลายปัจจัยที่ยังไม่รวมในประมาณการ

4 เหตุผลที่คงคำแนะนำ "ซื้อ" 1) คาดกำไรปกติ 2H62 เติบโต HoH และโตสูง YoY หลังส่วนแบ่งการตลาด Energy drinks เพิ่มขึ้นมีนัยสำคัญใน 3Q62, C-Vitt มีกำลังการผลิตใหม่ กลุ่มของใช้ส่วนบุคคลมีสินค้าใหม่ต่อเนื่อง และตลาดต่างประเทศจะกลับมาเติบโต 2) ช่วง 4Q62 จะเริ่มส่งออกเครื่องดื่มบำรุงกำลังไปขายในเวียดนาม แต่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป (ยังไม่รวมในประมาณการ) 3) โรงงานในเมียนมาร์ยังตามแผนคาดผลกระทบช่วงแรกไม่มาก เพราะเป็นการสร้างใหม่ทดแทนของเดิมที่จ้างคนอื่นผลิต หนุน GPM ปี 2563 (ยังไม่รวมในประมาณการ) และ 4) ปรับเพิ่มกำไรปกติปี 2563 ขึ้น 12%

คาด 2H62 จะโตสูง YoY

คาดกำไรช่วงที่เหลือของปีในกรอบ 1,500- 1,600 ลบ. เติบโต 18% YoY+/- เนื่องจากรายได้จากกำลังการผลิตใหม่ของ C-Vitt กลับมาเดินเครื่องเต็มที่พร้อมกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกราว 20% นอกจากนี้มียอดขายจากสินค้าตัวใหม่เป็นเครื่องดื่มกลุ่ม Sport drinks มาช่วยเพิ่มยอดขาย ขณะที่สินค้ากลุ่มของใช้ส่วนบุคคลคาดเติบโตสูงจากทำ Rebranding ตัว Twelve Plus และสินค้าใหม่กลุ่ม Babi mild สร้างรายได้มากขึ้น ส่วนรายได้จากเครื่องดื่มบำรุงกำลังโตเด่น YoY จากส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ M150 ที่อยู่ที่ 37.8% ใน 2Q62 ดีขึ้นจาก 37.2% ใน 1Q62 และล่าสุดเดือน ก.ค. ส่วนแบ่งของ M150 เพิ่มขึ้นต่อเป็น 38% และส่วนแบ่งเครื่องดื่มบำรุงกำลังทั้งหมดของ OSP ขึ้นเป็น 54.1% รายได้ในพม่าคาดเริ่มเติบโตทั้ง HoH และ YoY เพราะทำกิจกรรมกทางการตลาดมากขึ้น ส่วน GPM ยังทรงตัวสูงแม้มีการใช้อัตราภาษีน้ำตาลใหม่ เพราะปรับสูตรน้ำตาลน้อยไปก่อนแล้ว

ปี 2563 จะเป็นปีที่ดีทั้ง OSP และอุตสาหกรรม

ภัยแล้งที่คาดว่าจะกระทบไปถึงปีหน้า และอุณหภูมิโลกที่คาดว่าจะร้อนขึ้นจากเหตุไฟไหม้ป่าอเมซ่อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีรายงานมา เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของไทยและโลกจะได้อานิสงค์บวกนี้ ขณะที่ OSP ขยายธุรกิจเชิงรุกในประเทศเพื่อนบ้าน คือ 1) โรงงานผลิตเครื่องดื่มในเมียนมาร์จะแล้วเสร็จใน 4Q62 และสร้างรายได้เต็มที่ในปี 2563 คาดจะทำกำไรได้ไว เพราะเป็นการย้ายกำลังการผลิตเดิมที่จ้างคนอื่นผลิตมาผลิตเอง ช่วยให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานใหม่ถูกใช้ไม่น้อยกว่า 50% หากย้ายมาผลิตเองได้ทั้งหมด และยังช่วยให้ GPM ของ OSP เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ และ 2) ช่วง 4Q62 จะเริ่มส่งออกเครื่องดื่มบำรุงกำลังไปจำหน่ายในประเทศเวียดนาม ได้ผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นที่มีศักยภาพ แต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรงจึงไปแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยเน้นสินค้าที่มีความนิยมเฉพาะกลุ่ม (Niche market) ก่อน ยังไม่รวมในประมาณการเช่นกัน

ปรับประมาณการกำไรขึ้น 12% กำไร New high อย่างน้อยถึงปี 2564 คงแนะนำ ซื้อ

ปรับประมาณการรายได้ปี 2563 ขึ้น 4% เป็น 28,650 ลบ. (+9.8% YoY) โดยหลักมาจากของใช้ส่วนบุคคลเติบโต 10.4% YoY รายได้จากการ OEM ให้ C-Vitt เติบโต 8.7% และ OEM อื่นๆ เติบโต 8.5% จากการเปิดโรงงานหลอมแก้วแห่งใหม่ทำให้รับออเดอร์ได้มากขึ้น อีกทั้งมีงานรับจ้างล้างเศษแก้วเต็มปี อัตรากำไรขั้นต้นคาดที่ 35.5% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่คาดไว้ที่ 34.9% เพราะมาตรการ Fit Fast Firm ที่ช่วยลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งโรงหลอมเศษแก้วแห่งใหม่สร้างรายได้เต็มปีเป็นปีแรก นอกจากนี้โรงงานใหม่ในเมียนมาร์จะมีส่วนช่วยเพิ่ม GPM ได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยังไม่รวมในประมาณการ ส่งผลให้กำไรปกติเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิม 12.3% เป็น 3,672 ลบ. (New high) เติบโต 20.0% YoY และ New high ต่อถึงปี 2564 เป็นอย่างน้อย อิงวิธี DCF ด้วย WACC 8.2% และ Terminal growth 4% (มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม แต่ OSP มีส่วนแบ่งทางการตลาดทีมั่นคง) ได้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2563 ที่ 45.50 บาท มี Upside gain 19.0% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER2563 ที่ 31.3x ไม่ถูกแต่ยังมีหลายปัจจัยบวกที่ยังไม่รวมในประมาณการ อีกทั้ง PBVS 2563 ต่ำเพียง 6.3x เทียบกับ CBG ที่ 9.1x

ส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นในทุก Segment

บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งทางการตลาดกลุ่มเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ 54% ณ สิ้น 2Q62 ทำได้แล้ว 53.8% เครื่องดื่ม M-150 แม้มีฐานที่ใหญ่แต่ยังเพิ่มขึ้นจาก 37.2% ใน 1Q62 เป็น 37.8% ใน 2Q62 และแตะ 38% แล้วในเดือน ก.ค. นอกจากนี้เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่จับเฉพาะกลุ่มอย่าง โสมอินซัม และฉลามได้แรงหนุนจากฉลามกระชายดำ มีการเติบโตสูงต่อเนื่องที่ 25.1% YoY และ 33.9% YoY ตามลำดับ กลุ่ม Functional drinks มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้จาก 28.4% ใน 2Q61 เป็น 33.6% โดย C-Vitt เติบโต 22.5% YoY มีการเพิ่มช่องทางในสถานศึกษาโดยใช้บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบกล่องแทนขวดแก้ว ทำให้ครองส่วนแบ่งที่ 1 ในกลุ่มนี้อย่างมั่นคง เครื่องดื่ม Peptein Plus ที่ปรับสูตรใหม่ ช่วยเพิ่มยอดขายให้ Peptein เติบโตถึง 70.8% YoY ที่สำคัญมีการปรับใช้ขวดรูปแบบเดียวกับลิโพทำให้ Line การผลิตขวด Line นี้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น

ส่วนกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลมีการออกสินค้าใหม่กลุ่ม Babi Mild คือ Sweet Almond ในเดือน มี.ค. 2562 หนุนรายได้เติบโต 24.3% YoY กลุ่ม Twelve Plus มีการ Rebranding และออกแป้งเย็นทำให้ได้อาสิสงค์จากฤดูร้อนหนุนรายได้โต 22.7% YoY และกลุ่ม EXIT โรลออนสำหรับผู้ชายซึ่งเป็นสินค้าที่เรียกได้ว่าหายไปแล้วในตลาดกลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยยอดขายที่เติบโต 20.8% YoY หลังมีการทำโฆษณาร่วมกับ BNK48 สินค้าในกลุ่มนี้คาดว่าจะมียอดขายที่โดดเด่นต่อใน 3Q62 เพราะปกติแล้วใช้เวลา 6 – 8 เดือนในการสร้างรายได้ที่มีนัยสำคัญหลังออกสินค้าตัวใหม่

ตลาดเมียนมาร์: ถูกค่าเงินบาทที่แข็งค่ากระทบการเติบโตของรายได้มาต่อเนื่อง 3 ไตรมาส แต่หากพิจารณาที่ค่าเงินท้องถิ่นเติบโตในระดับเลขหลักเดียวช่วงสูง แต่คาดวาจะกลับมาเติบโตด้วยเลข 2 หลักได้ในช่วง 2H62 และในรูปเงินบาท อาจกลับมาเติบโตได้ YoY และ HoH มีการทำการตลาดที่เป็นเชิงรุกมากขึ้น โดยเพิ่มการโฆษณาทาง TV มากขึ้น ด้วยการใช้ Khar Ra นักร้องนักแสดงชื่อดังของเมียนมาร์โชว์จุดขายเครื่องดื่ม Shark เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้ทุกโอกาส ทั้งนี้เพื่อเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มช่วงอายุใหม่ๆ และเพิ่มอัตราการดื่มต่อวันต่อคนปัจจุบันอยู่ที่ราว 11 ขวด/คน/ปี เทียบกับกัมพูชาที่ราว 20 ขวด/คน/ปี และไทยที่ราว 32 ขวด/คน/ปี

FYE Dec (THBmn)

2017A

2018A

2019F

2020F

Revenue

25,878

24,297

26,090

28,650

EBITDA

4,834

4,877

5,613

6,540

Core Profit

2,501

2,429

3,060

3,672

Net Profit

2,834

3,005

3,312

4,022

Core EPS

0.83

0.81

1.02

1.22

Core EPS Growth (%)

20.5

(2.9)

26.0

20.0

DPS

n.a.

0.69

0.77

0.94

Core P/E (x)

45.9

47.3

37.6

31.3

P/BV (x)

34.5

6.4

6.1

5.8

Dividend Yield (%)

n.a.

1.8

2.0

2.5

Net gearing (%)

174.9

Cash

Cash

Cash

ROE (%)

71.8

16.6

17.9

20.9

Source : Company, Yuanta research

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย