ราคาทองคำลดลงต่อเนื่องจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยังคงมีผลงานยอดเยี่ยมในเดือนมกราคม
ทองคำ อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อไปได้เนื่องจากสัญญาณจากเส้น RSI ยังคงชี้เช่นนั้น ในขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐ ก็กลับมาซื้อขายกันในแนวโน้มขาขึ้นได้อีกครั้ง
ในขณะที่ตลาดเริ่มที่จะตั้งคำถามกันอย่างหนาหูว่าเฟดจะล้มเลิกการ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ลงหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดการตัดสินใจเช่นนี้ได้ คำถามสำคัญก็คือ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จะออกมาแถลงความคิดเห็นในวันนี้อย่างไร?
เราคาดว่านายพาวเวลล์น่าจะออกมาชี้แจงว่าสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้นั้นยังไม่มีมูลความจริง ข้อมูล ปริมาณการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (NFP) ที่ประกาศออกมาเมื่อวันศุกร์ทำให้ตลาดสั่นสะเทือนได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นข้อมูลในเชิงบวกที่แสดงให้เห็นว่าเฟดไม่จำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ด้วยการ สนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง ที่เพิ่มมากขึ้นทำให้นายพาวเวลล์อาจต้องการที่จะยืนหยัดแข็งขืนเพื่อแสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางมีความเป็นอิสระและไม่ได้ถูกควบคุมโดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้ซึ่งยังคอยกดดันให้เฟดใช้มาตรการผ่อนปรนทางการเงินในช่วงนี้อย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งที่ค่อนข้างมีความชัดเจนในขณะนี้ก็คือ นักลงทุนอาจจะต้องผิดหวังเพราะเฟดน่าจะมีโอกาสที่จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 50 จุดเบสิสภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาทองคำร่วงลงไปต่ำกว่าเส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นซึ่งลากมาจากช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณเตือนครั้งแรกว่าทองคำกำลังเกิดการชะลอตัว หากราคายังตกลงไปต่ำกว่า $1,381.91 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในวันที่ 1 กรกฎาคม ก็จะเป็นการทำรูปแบบ double top เล็กๆ ได้สำเร็จ และจะเป็นสัญญาณเตือนครั้งที่สองว่าอาจเกิดการกลับตัวขึ้นได้ ซึ่งจะวัดได้จากการเกิด peak และ trough ขาลงอย่างต่อเนื่อง
เส้นดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ (RSI) ทำรูปแบบ H&S top ไปได้เรียบร้อยแล้ว RSI คือตัวชี้วัดที่อ้างอิงจากโมเมนตัมซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของการเคลื่อนที่ของราคาเทียบกับความแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้า หากโมเมนตัมแซงขึ้นนำราคาได้ แสดงว่าจะมีสัญญาณการปรับตัวขึ้นของทองคำด้วยเช่นกัน

เมื่อพิจารณาจากกราฟรายสัปดาห์จะพบว่า ราคากำลังมีการปรับตัวลดลงเป็นสัปดาห์ที่สอง หลังจากที่เกิดรูปแบบ shooting star ของตลาดขาลงในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ทำให้เห็นว่าราคาปิดที่ค่อนข้างต่ำลงกว่าเดิมมากทำให้เกิดการขายสถานะ long หรือขาย short อย่างเข้าใจผิด เนื่องจากเส้น RSI ได้ไปแตะจุดที่มีการซื้อเกินราคาจริงไปตั้งแต่ปี 2011 แล้ว
กลยุทธ์การซื้อขาย
นักลงทุนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ควรรอให้มีการทำราคาสูงสุดได้อีกครั้งก่อนเพื่อให้เห็นว่าทองคำยังมีแนวโน้มขาขึ้นต่อไปได้ หลังจากที่ราคาในเดือนมิถุนายนมีการปรับตัวขึ้นไปสูงกว่าราคาสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 2016 ซึ่งจะถือว่าเป็นการสร้างรูปแบบ peak-trough ระยะยาวได้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง อาจพิจารณาเปิดสถานะ short หลังจากที่ราคาลงไปปิดต่ำกว่าระดับ $1,353 ประมาณ 2% ของระดับ neckline ของ double-top เล็กๆ นี้เพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณหลอกขาลง จากนั้นอาจรอให้เกิดการกลับตัวเพื่อเข้าซื้อในระดับที่ใกล้กับแนวต้านของ neckline ได้มากยิ่งขึ้นหรืออาจรอให้มีการทดสอบรูปแบบก่อนก็ได้
นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง อาจพิจารณาเสี่ยงเปิดสถานะ short ก่อนที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดจะออกมาแถลงความคิดเห็น โดยใช้เส้น RSI เป็นแนวทางในการหาจุดสูงสุดของราคา
ตัวอย่างการซื้อขาย - สถานะ short
-
ราคาเข้า: $1,396
-
Stop-Loss: $,1,408 เหนือราคาสูงสุดของวันจันทร์ เมื่อราคาย่อตัวลงมาจาก peak ที่อยู่เหนือเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ลากมาตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม
-
ความเสี่ยง: $12
-
เป้าหมาย: $1,360 เหนือราคาต่ำสุดในวันที่ 1 กรกฎาคมซึ่งจะเป็นระดับ neckline ที่เป็นแนวรับสำคัญ
-
ผลตอบแทน: $36
-
อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทน: 1:3
