เปิดแอป

หุ้น 3 ตัวที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้: PepsiCo, Boeing และ Bed, Bath & Beyond

เผยแพร่ 07/07/2019 13:15
ในบทความนี้:

ในช่วงที่ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลเช่นนี้ สัปดาห์นี้ทิศทางของตลาดยังคงต้องเฝ้ารอเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก หลังจากที่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจซึ่งไม่ค่อยจะสู้ดีนักออกมาในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ตลาดเชื่อมั่น 100% ว่าธนาคารกลางจะต้องตัดสินใจ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 30-31 กรกฎาคมอย่างแน่นอน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธนาคารกลางอาจไม่ตัดสินใจเช่นนั้น นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าหลังจากที่มีการประกาศตัวเลข ปริมาณการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าตัวเลขการจ้างงานที่ประกาศออกมานั้นดีที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว

นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธนาคารกลางสหรัฐฯ น่าจะมีโอกาสออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกันใน การแถลง ต่อหน้าที่ประชุมในสัปดาห์นี้ โดยนายพาวเวลล์จะต้องเข้าแถลงต่อคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินในวันพุธ รวมทั้งยังต้องรายงานต่อคณะกรรมาธิการทางการเงินในวันพฤหัสบดีเพื่อชี้แจงประเด็นปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและนโยบายของเฟด

นอกเหนือจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในทางเศรษฐกิจมหภาคแล้ว ยังมีหุ้นใหญ่อีก 3 ตัวที่น่าจะเกิดการเคลื่อนไหวได้ในช่วงสัปดาห์นี้จากผลประกอบการที่กำลังจะประกาศออกมาให้ทราบในอีกกี่วันนี้ ดังนี้

1. บริษัท PepsiCo

บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตขนมและเครื่องดื่มอย่าง PepsiCo (NASDAQ:PEP) จะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่สองออกมาให้ทราบก่อนเปิดตลาดวันอังคารที่ 9 กรกฎาคมนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจะมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ $1.5 และมีรายได้อยู่ที่ $16,430 ล้านเหรียญ

PEP Weekly YTD

รายงานผลประกอบการในครั้งนี้น่าจะเป็นการให้หลักฐานเพิ่มเติมได้ว่ารายได้ของ Pepsi ยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่ยังแข็งแกร่ง และความสำเร็จในการทำธุรกิจแบบผสม ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่างเช่น มันฝรั่งทอดกรอบ Frito-Lay, Tostitos และ Ruffles

จากรายงานใน ไตรมาสที่แล้ว การเติบโตของยอดขายของบริษัทได้รับแรงหนุนจากการจำหน่าย Frito-Lay และเครื่องดื่มของบริษัทที่จำหน่ายในอเมริกาเหนือเป็นหลัก ผลิตภัณฑ์น้ำอัดลม Pepsi และมันฝรั่ง Lay ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด

ผลกำไรที่ทำได้ค่อนข้างดีน่าจะช่วยให้ Pepsi ทำผลงานดีกว่าคู่แข่งได้ดังจะเห็นได้จากหุ้นของบริษัทที่พุ่งขึ้นได้อย่างแข็งแรงมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา หุ้นของ Pesis ปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ใกล้กับระดับซึ่งเป็นสถิติสูงสุดอยู่ที่ $133.02 หลังจากที่มีการปรับตัวขึ้นในปีนี้มาแล้วมากกว่า 20%

2. บริษัท Boeing

หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านการบินอย่าง Boeing (NYSE:BA) ยังคงปั่นป่วนจากวิกฤติครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของบริษัท หลังเกิดเหตุการณ์เครื่องบินตกถึงสองครั้งอันเนื่องมาจากเครื่องยนต์เจ็ต 737 MAX ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ยอดนิยมรุ่นหนึ่งที่บริษัทเป็นผู้จำหน่าย บริษัทอาจต้องประสบกับแรงกดดันทางด้านราคาหนักกว่านี้ได้อีกหลังจากที่มีการรายงานออกมาว่าเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นนี้ทั้งหมดอาจจะต้องถูกระงับไม่ให้ขึ้นบินเป็นระยะเวลานานกว่าที่คาดไว้

BA Weekly YTD

รายงานของ Bloomberg เปิดเผยว่าองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรปมีข้อกำหนด 5 ข้อที่ต้องการให้บริษัท Boeing ออกมาทำการชี้แจงก่อนที่จะอนุญาตให้เครื่องบินดังกล่าวเปิดทำการบินได้ต่อไป หนึ่งในข้อกำหนดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำงานในโหมดการบินอัตโนมัติของเครื่องยนต์เจ็ตนี้ ซึ่งนับเป็นปัญหาหนึ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน สายการบินทั่วโลกต้องหยุดทำการบินเครื่องบินที่ใช้เครื่องยนต์ 737 MAX ในเดือนมีนาคมตั้งแต่มีเหตุการณ์เครื่องบินตกถึงสองครั้งในช่วงเวลาห่างกันเพียง 5 เดือน จนทำให้ผู้โดยสารรวมถึงลูกเรือทั้งหมดเสียชีวิต

หุ้นของ Boeing ปรับตัวลงมากกว่า 2% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ $355.86 โดยหากเทียบกับราคาสูงสุดที่เคยทำได้ในเดือนมีนาคมก็นับว่าปรับลดลงไปแล้วเกือบ 20% ตั้งแต่เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ 737 MAX เป็นต้นมา

3. Bed, Bath & Beyond

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านผลิตภัณฑ์สำหรับการตกแต่งบ้านอย่าง Bed Bath & Beyond (NASDAQ:BBBY) จะประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2019 ออกมาในช่วงหลังปิดตลาดวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหุ้นของบริษัทจะมีกำไรต่อหุ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ $0.08 และมียอดขายอยู่ที่ $2,580 ล้านเหรียญ

BBBY Weekly YTD

ซึ่งก็นับว่าเป็นการปรับลดลงที่ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตกแต่งบ้าน ผ้าลินินและเครื่องครัวรายนี้เคยทำไว้ได้ที่ระดับ $0.32 ต่อหุ้น

บริษัท Bed, Bath & Beyond ยังคงประสบปัญหาในการดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาจับจ่ายใช้สอยเนื่องจากภาวะการแข่งขันกับผู้ค้าปลีกออนไลน์ยังมีค่อนข้างสูง ในช่วง ไตรมาสที่ผ่านมา ยอดขายปลีกของบริษัทก็ปรับลดลงไป 1.4%

หุ้นของบริษัทปรับลดลงไปกว่า 45% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นับเป็นการปรับตัวลดลงอีกครั้งนับจากช่วงต้นปี 2015 เป็นต้นมา โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทปรับขึ้นไปได้มากกว่า 2% และไปปิดอยู่ที่ระดับ $11.47 ต่อหุ้น

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย