+46%, +29%: การชุมนุมของหุ้นเทคฯ กําลังขยายตัว—ดูสิ่งที่โมเดลของเราเห็นก่อนใคร
หุ้นปันผลทั่วไปในปีนี้มักจะเริ่มฟื้นตัวกันขึ้นมาในช่วงครึ่งปีแรก เพราะนักลงทุนต่างยกขบวนพากันไปซื้อหุ้นคุณภาพสูงที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีเพราะกังวลในความเสี่ยงที่จะเกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก
แม้ว่าจะยังมีความเสี่ยงและอันตรายที่แฝงตัวอยู่อีกมาก การปรับตัวของหุ้นปันผลจากความนิยมในช่วงครึ่งปีแรกทำให้ราคาหุ้นในขณะนี้อยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง หากคุณกำลังคิดจะเริ่มสร้างพอร์ตโฟลิโอไว้สำหรับช่วงวัยเกษียณแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้พิจารณาซื้อหุ้นต่อไปนี้เมื่อมีการย่อตัวของราคาในครั้งถัดไป
1. Procter & Gamble
บริษัท Procter & Gamble (NYSE:PG) เป็นหนึ่งในหุ้นปันผลที่เหมาะสำหรับการลงทุนเพื่อวัยเกษียณ หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภครายนี้ยังเป็นหุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่มอุตหสากรรมเดียวกันอีกด้วย
บริษัทผู้ผลิตน้ำยาล้างจาน Dawn และผลิตภัณฑ์ Pampers มีการเพิ่มการจ่ายเงินปันผลมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 62 ปีแล้ว โดยในช่วง 128 ปีที่ผ่านมายัง ไม่เคยหยุด จ่ายเงินปันผลแม้แต่ครั้งเดียว และยังสามารถทำ เงิน ได้แม้ในช่วงเศรษฐกิจขาลง ช่วงสงคราม หรือแม้แต่ในช่วงที่สภาพอากาศแห้งแล้ง
แต่หากคุณต้องการซื้อหุ้นตัวนี้เข้าพอร์ต ตอนนี้ยังอาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก หลังจากที่หุ้นปรับตัวขึ้นมาได้มากกว่า 22% นับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา มูลค่าของหุ้น P&G จึงยังดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าใดนัก เงินปันผลของบริษัทที่จ่ายในอัตรา 2.7% นั้นยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเงินปันผลในช่วงสี่ปีซึ่งอยู่ที่ 3.4% เสียอีก นอกจากนั้นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (PE) ก็ยังมีค่าอยู่ที่ 26.52 ซึ่งใกล้เคียงกับค่าสถิติสูงสุดในรอบห้าปี

จากปัจจัยข้างต้น นักวิเคราะห์บางรายยังเห็นว่าหุ้นของ PG ยังคงมีมูลค่าที่ดี ส่วนทางด้านธนาคาร Goldman Sachs ก็ได้ยกย่องหุ้นตัวนี้ว่าเป็นหุ้นที่มีโอกาส “ให้ผลตอบแทนได้ถึงสองหลัก”
รายงานของธนาคาร Goldman ระบุว่า “เราเชื่อว่าหุ้นของบริษัทข้ามชาติผู้ผลิตสินค้าจำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภครายนี้จะยังให้ตอบตอบแทนที่ดี แต่ทั้งนี้โปรดทราบว่าบริษัท PG ยังถือเป็นบริษัทสินค้าเพื่อผู้บริโภคที่ให้ผลตอบแทนน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกองทุนรวมอื่นๆ”
ธนาคารจึงได้เปลี่ยนการให้คำแนะนำใหม่จาก “เป็นกลาง” ไปเป็น “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายในช่วง 12 เดือนไปเป็น $125 ต่อหุ้น P&G ปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ราว $111.49 หลังจากที่ปรับขึ้นไปได้ 0.9%
2. Starbucks
นักลงทุนยังคงมีความศรัทธาให้กับ Starbucks Corporation (NASDAQ:SBUX) ราวกับว่าบริษัทจะไม่มีวันตาย หุ้นของบริษัทเจ้าของร้านกาแฟชื่อดังแห่งนี้ได้ปรับตัวขึ้นทำลายสถิติสูงสุดได้เมื่อวานนี้หลังจากที่ถีบตัวสูงขึ้นมากว่า 70% ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยปรับตัวขึ้นมา 1.1% ในช่วงการซื้อขายระหว่างวันและไปปิดตลาดอยู่ที่ระดับ $85.51
แรงส่งอันทรงพลังที่ขับดันหุ้นของบริษัทในครั้งนี้คือตัวเลขที่คาดการณ์ประจำปี 2019 ประกอบกับ สัญญาณเชิงประจักษ์ ว่าการฟื้นคืนชีพในครั้งนี้มีผลจริง ในไตรมาสแรกของปีนี้ เครือข่ายร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของโลกรายนี้ได้ รายงาน ผลประกอบการออกมาให้เห็นว่ามีตัวเลขที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดเอาไว้มาก

ผลประกอบการที่ออกมานั้นดีเกินคาดสำหรับอุตสาหกรรมร้านอาหารในสภาวะแวดล้อมที่มีทั้งต้นทุนและการแข่งขันสูง และยังไม่รวมถึงการที่ผู้บริโภคเลือกสรรเมนูที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าที่เครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลในปัจจุบันเช่นนี้
การฟื้นตัวกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Starbucks ในปีนี้แสดงให้เห็นว่าเครือข่ายธุรกิจของบริษัทยังคงเอาชนะใจลูกค้าผู้ชื่นชอบการดื่มกาแฟได้ และไม่ใช่เพียงตลาดในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายในยุทธศาสตร์การขยายตัวของบริษัทอีกด้วย การเติบโตของบริษัทจึงเกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่งกับความสำเร็จที่เกิดจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงการปรับโครงสร้างของบริษัทภายในประเทศเอง เพื่อให้สามารถตอบสนองกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าได้
หากคุณยังไม่มีหุ้นของ Starbucks ช่วงนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อ แต่หากราคามีการย่อตัวลงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด คุณก็ไม่ควรรีรอที่จะเริ่มทะยอยซื้อได้ทันที Starbucks เป็นหุ้นที่เหมาะกับการลงทุนซื้อและถือไว้ระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก ปัจจุบันบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลที่อัตรา 1.72% และยังมีข้อเสนอให้เปลี่ยนเป็นหุ้นแทนก็ได้
บทสรุป
ทั้ง P&G และ Starbucks ต่างก็เป็นหุ้นที่พึ่งพาได้ ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการเก็บไว้ในพอร์ตโฟลิโอสำหรับผู้ที่วางแผนสร้างรายได้ในช่วงหลังเกษียณอายุ โดยหุ้นทั้งสองเป็นหุ้นที่ผู้เกษียณอายุจะสามารถไว้วางใจได้ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งสองบริษัทมีการรับมือและป้องกันความเสี่ยงที่ดี มีกระแสเงินสดที่คล่องตัว และมีประวัติที่ดีในการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนมาโดยตลอด
หากคุณถือหุ้นของทั้งสองบริษัทไว้อยู่แล้ว ก็อย่าเพิ่งตื่นตระหนกและรีบขายออกไป และสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ให้รอดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในปีนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง แล้วคุณจะเห็นโอกาสในการทำกำไรได้เองเมื่อเวลานั้นมาถึง









