อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ กลับพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังแรงขายบอนด์ระยะยาวกดดันตลาด
Event
►ธุรกิจบรรจุภัณฑ์: กลุ่มลูกค้าเริ่มมีคำสั่งซื้อเพิ่ม เช่นกลุ่มลูกค้าแอลกอฮอล์ขณะที่มี สินค้าใหม่ และ สินค้า Size ใหญ่เช่น 500 MLขายได้เพิ่ม จากความต้องการสินค้าใน ตลาด ด้วยลูกค้าผู้ประกอบการกาแฟ เครื่องดื่มผลไม้รวมถึงคeสั่งซื้อจากประเทศ เวียดนามยังขายได้ดีเนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 น้อย คาดจะมีกeลังการผลิตที่ เริ่มทยอยฟื้นตัวขึ้นจาก 2Q63 และระดับมาร์จิ้นปรับดีขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง
►ธุรกิจค้าปลีก : ยังมีผลกระทบจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายไป โดยเฉพาะ สาขาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น สาขาราชดำริ/สาขาภูเก็ต/สาขาพัทยา ฯลฯอย่างไรก็ดีใน ปี 2563 บริษัทยังคงเป้าเปิด Hypermarket สาขาใหม่2 แห่ง Supermarket Food place 2 แห่ง และ Mini Bigc 240 แห่ง โดยใน 2Q63 เปิดใหม่46 แห่งและปิดไป 6 แห่ง สำหรับ กรณีการเปิดสาขาในปั้มบางจาก ที่มีการยกเลิกสัญญาจาก SPAR จะนำ TOPS และแฟมิลี่มาร์ท เข้าทดแทน ทาง BIGC มีร้าน Mini Big c ราว 100 แห่ง การยกเลิกขึ้นอยู่กับ สัญญาในแต่ละสาขา ซึ่งขึ้นอยู่กับทางบริษัทบางจากจะพิจารณา โดยบริษัทมองไม่เป็น ผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันมีธุรกิจ Big C Depot รูปแบบใหม่ในธุรกิจ ค้าปลีก เป็นลักษณะขายสินค้าไซส์ใหญ่ ไม่มีแอร์ใกล้เคียงตลาด เข้าใกล้กลุ่มชุมชนใน ต่างจังหวัด อำเภอใหญ่ เปิดแล้ว 5 สาขา เริ่มต้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเตรียม เปิดเพิ่มอีก 5 สาขาภายในปี
►กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค : มีสินค้าใหม่เพิ่มในตลาด ทั้งสินค้าที่เป็นขนม Party มี สินค้าใหม่ ปังพริกเผา และ เครื่องดื่ม ( Asian Drink) และ กระดาษ Cellox Metallic โดยปรับรูปโฉมใหม่ ยังมีแนวโน้มยังดีในส่วนของ Food และ Non-Food โดยมีการออก สินค้าใหม่ หลังจากใน 1Q63 มีออกสินค้าใหม่ เช่น ปาร์ตี้คริสปี้พาย/ และสินค้าสบู่ นกแก้ว ไวท์ซากุระ คาดยอดขายยังคงทำได้ต่อเนื่อง
►กลุ่มเวชภัณฑ์และเครื่องมือเครื่องจักร: สินค้าเพื่อการป้องกันโรคระบาด และอาหาร เสริมยังเป็นความต้องการของตลาด
Our Take
►แนะนำ “ทยอยสะสม” เราคาดใน 3Q63 จะเห็นการฟื้นตัวขึ้น ส่วนหนึ่งไม่มีการบันทึก ค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างองค์กรมากเหมือน 2Q63 ขณะที่การปลดล็อกดาวน์ทำให้ การเปิดขายของสาขาทำได้เป็น ทั้งนี้กำลังซื้อจะค่อยๆกลับมา อย่างไรก็ดีภาวะเศรษฐกิจที่ ชะลอตัวและสถานการณ์นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศที่หายไป ยังคงเป็นแรงกดดันต่อ รายได้และผลประกอบการ โดยคาดหลังการปรับโครงสร้างพนักงานส่งผลต่อการลด ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลงได้ในปี2564 ราว 1 พันล้านบาท ขณะเดียวกัน BJC จะได้ ประโยชน์หลังการคิดค้นวัคซีนรักษา COVID-19 เป็นผลสำเร็จส่งผลต่อการกลับมาของนัก ท่องเทียวและแรงซื้อที่เพิ่มขึ้น ราคาเหมาะสมปี2564 ที่47 บาท (DCF)
► กลุ่มลูกค้าใน CLMV ยังเป็ นโอกาส BJC ยังคงแผนการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มลูกค้า CLMV โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามยังเป็นโอกาสที่ดี จากการมีธุรกิจที่หลากหลายจะ ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง คาดหลัง COVID-19 คลี่คลาย การขยายธุรกิจจะเห็นภาพชัดขึ้น
►ปัจจัยเสี่ยง:การกลับมาระบาดอีกครั้งของCOVID-19/ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








