บาทแตะ 33.62 กดดันจากดอลลาร์แข็ง-ตลาดเดิมพัน 70% เฟดขึ้นดอกเบี้ย
กำไรสุทธิ 1Q63 ทรงตัว QoQ แต่ลดลง -32% YoY
ผลประกอบการ1Q63 ยังไม่สดใส จากผลการแพร่ระบาดของ COVID-19เป็นสำคัญ รายได้รวมทรงตัว QoQแต่ลดลง -3% YoY เหลือ 376 ล้านบาท จากรายได้ให้บริการรถยนต์ผ่านท่าเรือที่ลดลง -6% YoY เหลือ 299ล้านบาท แต่หักล้างได้บางส่วนจากรายได้บริการลานพักสินค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากบริการคลังสินค้าเพิ่มขึ้น 12% YoY อยู่ที่ 77 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ไม่สามารถจัดส่งรถยนต์ได้ จึงจำเป็นต้องมีการเช่าพื้นที่พักสินค้าของ NYT มากขึ้น
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 51.2% เพิ่มขึ้นจาก 45.1% ใน 4Q62 และ46.4% ใน 1Q62 เพราะผลจากการใช้มาตรฐานทางบัญชีใหม่ ทำให้มีการบันทึกต้นทุนบางส่วนเป็นดอกเบี้ยจ่าย ส่วนเมื่อพิจารณาที่อัตรากำไรสุทธิจะลดลงเหลือ 20.9% จาก 22.3% ใน 4Q62 และ 30.2% ใน 1Q62จากผลของรายได้ที่ลดลง และมีขาดทุนจากเงินลงทุนตามการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ลงทุนที่ทรุดลงแรงทั้งนี้ กำไรสุทธิ 1Q63 คิดเป็ น 23% ของคาดการณ์กำไรทั้งปีที่ 346 ล้ านบาท (-8% YoY) แต่เรายังคงประมาณการไว้ก่อน โดยคาดหวังการฟื้นตัวในอัตราเร่งช่วง 2H63 หลังจากประเทศเศรษฐกิจชั้นนำคลายLockdown ขณะที่่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียรวมถึงไทย จะช่วยเปิดโอกาสให้ไทยที่เป็นฐานการผลิตรถยนต์หลักในเอเชียอยู่แล้ว ได้รับคำสั่งซื้อที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาค
การต่อสัญญําท่ําเรือ A5 ยิ่งล่าช้าออกไป ยิ่งเป็นบวกกับ NYT
ความเสี่ยงหลักของ NYT นอกจากประเด็นการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเรามองเป็นปรากฏการณ์ชั่วคราวแล้ว อีกประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจคงเป็นการต่อสัญญาสัมปทานการบริหารท่าเรือ A5 ซึ่งจะหมดอายุวันที่ 30 เม.ย. 64 เราประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ NYT จะได้รับการต่อสัญญาออกไปเพราะ
(1) สัญญาเดิมกำหนดให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย สามารถต่อสัญญากับ NYT ได้ อีกคราวละ 5 ปีภายใต้เงื่อนไขที่ตลอดสัญญา 25 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีการปฏิบัติผิดสัญญาหรือมีข้อพิพาทต่อกัน ซึ่งNYT ปฏิบัติตามข้อกำหนดของการท่าเรือแห่งประเทศไทยมาตลอด
(2) ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งทำให้การเตรียมประมูลรอบใหม่เกิดขึ้นได้ยาก หรือแม้ถ้าเกิดขึ้น การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่จะไม่เกิดขึ้นในทันที เพราะยังไม่มีประสบการณ์และอาจไม่สามารถเตรียมเอกสารตามเงื่อนไขการประมูลได้ทัน
(3) ในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศอยู่ในโหมดของการฟื้นฟู โครงการภาครัฐฯใดที่ดำเนินการกับเอกชนแล้วไม่เสียเปรียบน่าจะคงสถานะเดิมต่อไป เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ซึ่งมูลค่าการส่งออกรถยนต์คิดเป็น 11% ของสัดส่วนสินค้าส่งออก และคิดเป็น 5% ของ GDP
ยังแนะนำ “ซื้อ” เพื่อรับการฟื้นตัวใน 2H63 ราคาเป้าหมาย 4.20 บาท
ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER2563-64 เพียง 10-11 เท่า และคิดเป็นเพียง 0.5 เท่าของมูลค่าทางบัญชีขณะที่ NYT ยังมีผลประกอบการเป็นบวก และสามารถรักษาระดับผลตอบแทนจากเงินปันผลได้สูง 8-9% ต่อปี เราจึงแนะนำให้ “ซื้อ” เพื่อรอรับการฟื้นตัวของธุรกิจในช่วง 2H63
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities
บทความห้ามพลาด
จับชีพจร 10 หุ้นโรงพยาบาล ปี 63








