บาทแตะ 33.62 กดดันจากดอลลาร์แข็ง-ตลาดเดิมพัน 70% เฟดขึ้นดอกเบี้ย
Event
จากการประชุม Conference call กับทางผู้บริหาร เราสรุปประเด็นส าคัญดังนี้
► บริษัทให้ข้อมูลแนวโน้ม 2Q63 คาดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ จำนวนผู้ป่วยที่มาใช้บริการในเดือน เม.ย – พ.ค. สำหรับผู้ป่วย OPD และ IPD ปรับลดลงราวเฉลี่ย 20%YoY ขณะที่ในเดือน มิ.ย หลังรัฐบาลคลาย Lockdownจำนวนคนไข้กลับมาใช้บริการมากขึ้น เหลือติดลบราว 10%YoY
► ด้านแนวโน้มผลประกอบการใน 2Q63 บริษัทคาดว่าจะชะลอตัวแต่ไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรที่ต่ำ ซึ่งงวด 2Q62 มีการบันทึกสำรองผลประโยช์พนักงาน ราว 44 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ไม่มี และในส่วนของรายได้ประกันสังคมของโรงพยาบาลในเครือ ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมเมื่อตอนต้นปี และด้านต้นทุน จำนวนผู้ประกันตนประกันสังคมหากมาใช้บริการลดลง กลับเป็นผลดีต่อบริษัท เนื่องจากรายได้ต่อหัว ของลูกค้าประกันสังคมเป็นอัตราคงที่
► แนวโน้มครึ่งปีหลังคาดฟื้นตัว ซึ่งหากรัฐบาลคลายมาตรการ Lockdown เฟส4 จะยิ่งเป็น ผลดีต่อโรงพยาบาลจากคนไข้ที่จะกลับมาใช้บริการมากขึ้น กอปรกับเข้า high season ของธุรกิจ ซึ่งจะมีไข้ตามฤดูกาล และทางบริษัทได้เข้าร่วมโครงการภาครัฐเพื่อเป็นสถานที่กักตัว ทางเลือก(Alternative State Quarantine) ซึ่งหากเปิดให้ต่างประเทศ หรือคนไทยที่ตกค้าง อยู่ต่างประเทศเดินทางมาจะเป็นบวกต่อบริษัท
► แผนขยายการลงทุนบริษัทคงแผนลงทุนราว 1 พันล้านบาท เพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ภายใต้ชื่อ "วิภาราม อ่อนนุช" ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดไม่ต่ำกว่า 200 เตียง เพื่อขยายฐาน ผู้ใช้บริการและช่องทางสร้างรายได้ให้กว้างขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อยื่นขอใบอนุญาตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดเริ่มก่อสร้างได้ในอีก 2 ปี ข้างหน้า
Our Take
► แนวโน้ม 2Q62 เราคาดว่าจะเป็นไตรมาสที่แย่สุดของปี แต่คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัว ในช่วง 2H63 รับผลบวกจากการที่รัฐบาลคลายมาตรการ Lockdown ภาพรวมปี 2563 เราคาดกำไรสุทธิเติบโต 8%YoY เป็น 872 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ฐานกำไรที่ต่ำรายได้จากโครงการประกันสังคมของโรงพยาบาลในเครือ ถูกกระทบจากการเรียกคืนเงินประกันสังคมย้อนหลังราว 251 ล้านบาท ขณะที่ปี2563 ไม่มีผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว 2)แม้รายได้เงินสดช่วงเดือน มี.ค – พ.ค จะถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ในส่วนประกันสังคมได้ผลบวกจากการปรับขึ้นค่าหัว มีผลย้อนหลัง ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 ราว 5.6% เป็น 3,959 บาทต่อหัว 3) ด้านประสิทธิภาพในการทำกำไร มีแนวโน้มดีขึ้น จากผลของการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม และไม่มีรายการเรียกคืนเหมือนปีก่อน และบริษัทมี การปรับกลยุทธ์โดยมีแผนตัดขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไร
► คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ปี2563 ที่ 2.25 บาท เรามองว่าหุ้น VIBHA มีความ น่าสนใจ ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเห็นการเติบโต แม้จะถูกกระทบจาก COVID-19 ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี2563 ที่25xต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 37 เท่า โดย ซื้อขายที่ -2SD เราประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 2.25 บาท อิงวิธี DCF ที่ส่วนลด WACC ที่ 6.7%
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








