หุ้น SpaceX ร่วง 2.6% วันนี้ เกิดอะไรขึ้น
1Q63 กำไร และ SSSG เริ่มมีกระทบ COVID-19 ใน 1Q63 ผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ส่งผลต่อผลประกอบการโดยรวมของกลุ่มค้าปลีกที่เราดูแล 6 แห่ง มีกำไรปกติ8.9 พันล้านบาท ลดลง(-18%YoY,-46%QoQ) เป็นการปรับลดจากรายได้และมาร์จิ้นที่ลดลง โดยบริษัทที่เห็นผลกระทบมากสุดคือ CRC จากการปิดห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าเพื่อการยังชีพที่มีสัดส่วนรายได้กว่า 54% ของรายได้รวม สอดคล้องกับ SSSG ที่รับผลกระทบเช่นกันโดยเฉลี่ ของกลุ่มที่ -2.8% YoY โดย HMPRO -6.1%YoY CPALL (BK:CPALL) -4%YoY BJC -5.3%YoYDOHOME-9.9%YoY บริษัทที่ยังเห็น SSSG เป็นบวกชัดเจนต่างจากลุ่ม คือ MAKRO ที่+7% ผลจากการล็อกดาวน์ ส่งผลให้มีการซื้อสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเพื่อการยังชีพมากกว่าปกติ ซึ่ง สาขา Food Serviceได้รับการตอบรับดี
2Q63 รับผลกระทบหนักสุด
เราคาด 2Q63 จะเห็นผลกระทบมากสุด ทั้งจากผลประกอบการ และ SSSG หลังจากภาครัฐประกาศล็อกดาวน์รวมถึงการประกาศเคอร์ฟิว ในเดือน เม.ย ถึง กลางเดือน พ.ค. โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่มีสินค้าเพื่อการยังชีพเป็นหลัก เช่น HMPRO DOHOME MC ซึ่งจะมีการปิดสาขากว่า 80%-90% ของจำนวนสาขาที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการที่มีร้านค้าสะดวกซื้อ CPALL BJC CRC ที่สามารถเปิดดำเนินการได้ จะมีผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และการจำกัดการเปิ ดดำเนินการในบางธุรกิจรวมถึงการจำกัดระยะเวลาการขายสินค้า โดยเราคาดจะเป็นไตรมาสที่เห็นการปรับลดของผลประกอบการโดยรวมทั้ง YoY,QoQ รวมถึง SSSG เฉลี่ยติดลบที่มากกว่า -10%
คาด 2H63 กลับมาฟื้นตัวหลังปลดล็อก
สำหรับแนวโน้ม 2H63 เราคาดหลังการปลดล็อกและการผ่อนปรนในธุรกิจต่าง ๆ เริ่มสามารถดำเนินการได้สินค้าและการบริการสามารถเปิดดำเนินการได้เป็นปกติ คาดเป็นส่วนหนึ่งที่เริ่มเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยและเพิ่มแรงซื้อในตลาดมากขึ้น ขณะเดียวกัน มาตรการภาครัฐ เช่น การสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงมาตรการเยียวยา เพิ่มเม็ดเงินในตลาดรองรับกลุ่มผู้ได้รับความเดือนร้อนในการเลิกจ้าง/กลุ่มเกษตรกร ช่วยหนุนกกลังซื้อจากระดับฐานราก ขณะที่แรงซื้อถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ยอดขายผ่าน Omni Channel มาแรง
เราคาดการปรับตัวรองรับผลกระทบจาก COVID-19 คือการซื้อสินค้าผ่านช่องทางอื่น ๆ ในหลากหลายรูปแบบ เช่นการสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์โดยเฉพาะการสั่งสินค้าผ่าน Online ที่ได้รับความนิยมในรายไตรมาสโดยเฉพาะในกลางเดือนเดือน มี.ค ที่เริ่มมีการล็อกดาวน์เห็นการเติบโตกว่า50-100% และมีผลต่อสัดส่วนรายได้เพิ่ม และผลจากการล็อกดาวน์ใน2Q63 จะเห็นยอดขายผ่าน Online เพิ่มขึ้นชัดเจนและคาดจะเป็นพฤติกรรมการซื้อที่จะได้รับความนิยมเพิ่มในอนาคต
น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด ”
เราคาดว่าผลกระทบใน 2Q63 BJC และ CPALL จะเห็นน้อยกว่ากลุ่มเนื่องจากธุรกิจเป็นสินค้าเพื่อการยังชีพที่สามารถขายได้ในช่วงเวลาดังกล่าว CPALL -มีร้านค้าสะดวกซื้อ7-eleven และ MAKRO ขณะที่ BJCมีBIGC และเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่หลังปลดล็อกเห็นการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนกำลังซื้อในหลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันระดับราคาของกลุ่มฯ ปรับเพิ่มโดยเฉลี่ยราว 45% หลังผลกระทบ COVID-19 ในช่วงกลางเดือน มี.ค. ตอบรับการคาดหมายการฟื้นตัวพอควร โดย BJC และ CPALL มีการปรับขึ้นของราคาน้อยกว่ากลุ่มฯคือ 34% และ 19% ตามลำดับ
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities









