S&P 500 แตะ All-Time High หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
ข้อสรุปเรื่องสำรองส่วนเกินเป็นบวกเล็กน้อย
จากงานประชุมชี้แจงและรับฟังความเห็นต่อหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเกี่ยวกับการดำรงอัตราเงินสำรองขั้นต่ำด้านเงินกองทุนเพื่อรองรับ TFRS9 ของ ธปท. เราสรุปประเด็นสำคัญได้แก่
- การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับรายการในงบการเงินภายใต้มาตรฐานบัญชี IFRS9 1)ลูกหนี้ของ ธพ. จะถูกจัดชั้นใหม่จากเดิมแบ่งตามจำนวนวันที่ค้างชำระหนี้ 6 ชั้น เป็นแบ่งตามระดับความเสี่ยง 3 ชั้น (ยังใช้จำนวนวันค้างชำระหนี้แบ่งประเภทแต่เพิ่มความระมัดระวังต่อลูกหนี้ที่มีสัญญาณเชิงลบ) มีผลให้ลูกหนี้ที่อยู่ในชั้นปกติถูกจัดชั้นเป็นลำดับที่ต่ำลงเร็วขึ้น 2) การกันสำรองซึ่งเดิมใช้หลักการ Incurred loss (ชั้นปกติ 1%, ชั้นกล่าวถึงพิเศษ 2% และชั้น NPL 100%) จะถูกแทนที่ด้วยหลักการ Expected credit loss โดยคำนวณจากแบบจำลองซึ่งนำความน่าจะเป็นที่จะเกิดหนี้เสีย (Probability to default) และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสีย (Loss given default) เข้ามาคำนวณ ทำให้การกันสำรองของธนาคารมีลักษณะเป็น Forward looking และมีการปรับสมมุติฐานที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะ ศก. และ 3) ธพ. สามารถรับรู้รายได้จาก NPL ที่มีหลักฐานว่าจะได้คืนได้ จากปัจจุบันที่ไม่มีการรับรู้รายได้จาก NPL เลย
- ธปท. เตรียมกำหนดอัตราการกันเงินสำรองขั้นต่ำ (Provision Floor) ระดับ 1% ของ Risk weighted asset (RWA) ทั้งสินทรัพย์และรายการนอกงบดุล (Off-balance sheet) เพื่อสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบสถาบันการเงินและลดปัญหาจากการที่ธนาคารผ่อนคลายสมมุติฐานในแบบจำลองยามที่ ศก. ดี ที่ โดยบังคับใช้แบบ Step-up rate ใน 3 ปี ซึ่งกรณีที่เงินสำรองตามแบบจำลองใหม่ของ ธพ. ต่ำกว่า Provision Floor ธพ. ต้องจัดสรรกำไรสะสมมาเติมในส่วนของเงินสำรองที่ขาดจนอัตราการกันสำรองเข้าขยับขึ้นเกินระดับกันสำรองขั้นต่ำ
- ณ วันแรกที่เริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ หาก ธพ. มีเงินสำรองสูงกว่าเงินกันสำรองที่ต้องตั้งตามแบบจำลองของมาตรฐานบัญชีใหม่ ทาง ธปท. ระบุแนวทางว่า ธพ. ควรทยอยลดสำรองส่วนเกินตามวิธีเส้นตรงเป็นระยะเวลา 5 ปี (เป็นการทยอยปรับลดทุกเดือน เดือนละ 1.67%)
ความเห็น และคำแนะนำ
- เรามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อการประชุมวานนี้ โดย 1) ในแง่ของงบการเงินแม้การรับรู้รายได้จาก NPL ที่คาดได้รับชำระคืนจะส่งผลให้ NIM ของ ธพ. กว้างขึ้น แต่ผลบวกดังกล่าวคาดถูกชะลอลงด้วยการจัดชั้นลูกหนี้แบบใหม่ซึ่งคาดมีผลให้ ธพ. ต้องมีการตั้งสำรองในส่วนของลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงเร็วขึ้นจากเดิม ทำให้ผลบวกต่อกำไรสุทธิจะไม่มากนัก 2) Provision Floor เรามองว่าในช่วงสั้นยังไม่เป็นนัยสำคัญ เนื่องจากระดับการกันสำรองของ ธพ. ส่วนใหญ่สูงกว่าระดับ Step Up ในปีแรกที่ 0.33% ของ RWA อยู่แล้ว แต่อาจต้องติดตามการกำหนด Conversion factor ที่จะใช้กับรายการนอกงบดุลซึ่งอาจทำให้ RWA เพิ่มขึ้นมากและ Provision Floor สูงขึ้น และ 3) สำหรับเงินสำรองส่วนเกินคาดเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่ม ธพ. ที่มีระดับ Coverage ratio อยู่ในระดับสูง อาทิ BBL, BAY และ KBANK จากภาระในการตั้งสำรองในแต่ละไตรมาสลดลง แต่ด้วยการปรับลดดังกล่าวจะเป็นไปแบบทยอยลดลงในแต่ละเดือน ผลบวกต่อกำไรสุทธิจึงไม่มากนัก
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








