Google วางแผนยุติการผลิต Pixel ในจีนภายในปี 2027
เราคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มโรงพยาบาล “เท่ากับตลาด” ด้วย 1) เรามองแนวโน้มผลประกอบการใน 2H62 จะกลับมาเติบโตในระดับ Low single digit เทียบ 1H62 ที่กำไรรวมของกลุ่มติดลบ โดยยังคงคาดกำไรโรงพยาบาลเล็กจะเติบโตดีกว่าโรงพยาบาลใหญ่ ที่มีฐานกำไรสูงในปีก่อน 2) เราคาดการแข่งขันของ รพ.เอกชนจะรุนแรงมากขึ้นในช่วง 1-2ปีข้างหน้า จากการขยายโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการรายเก่าและใหม่ ทำให้อุปทานใหม่เพิ่มขึ้น มากกว่า 7.8% อย่างไรก็ตาม 3) เรามองว่าโรงพยาบาลที่รับประกันสังคมมีปัจจัยบวกจากการยื่นขอปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมงวดปี 63 มากกว่า 10% 4) คงคำแนะนำ “ซื้อ” EKH ที่กำไรเติบโต Outperform กลุ่ม และ BCH ที่ราคาลงสะท้อนข่าวลบไปแล้ว และรอลุ้นปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคม
2Q62 กำไร ร.พใหญ่แย่กว่าคาด ฉุดกำไรกลุ่มลง
หุ้นหลักในกลุ่มโรงพยาบาล 9 บริษัท (BCH BDMS BH CHG THG EKH PR9 RJH LPH) มีกำไรปกติไม่รวมรายการพิเศษ และรายการตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงาน ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ ที่ 3,386 ล้านบาท (-28% QoQ , -8%YoY) ผลประกอบการลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลซึ่งเป็น Low season ขณะที่เทียบ YoY กำไรปกติปรับลดลงด้วยโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายบริษัท อาทิ BH BDMS CHG ที่มีกำไรปรับลดลง ทั้งจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น รวมถึงเริ่มเห็นการปรับลดราคาของโรงพยาบาลใหญ่ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำกำไรของกลุ่มปรับลดลง ขณะที่โรงพยาบาลขนาดเล็ก – กลาง มีผลประกอบการที่เติบโตดีกว่า นำโดย EKH (+73%YoY) RJH (+40%YoY) และ PR9 (+26%YoY)
คาด 2H62 เติบโต low single digit
เราคาดกำไรปกติใน 2H62 ของกลุ่มโรงพยาบาลจะเติบโตดีขึ้นจากครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้า High season ในไตรมาส 3 ซึ่งจะมีไข้ตามฤดูกาล และคนไข้ตะวันออกกลางที่เริ่มกลับมา จากช่วงเดือน พ.ค.ที่กระทบจากเทศกาลรอมฎอน ของชาวมุสลิม ขณะที่เทียบ YoY คาดกำไรปกติจะเติบโตในระดับ low single digit เนื่องจากโรงพยาบาลใหญ่ที่หลายบริษัท มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงฐานกำไรที่สูงในปีก่อน ภาพรวมปี 2562 เราคาดกำไรปกติของกลุ่มโรงพยาบาลภายใต้ Coverage ของเรา 5 บริษัท ปรับลดลง 1%YoY เป็น 11,405 ล้านบาท
เริ่มเห็นสัญญานการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นใน 1 – 2 ปีข้างหน้า จากอุปทานใหม่
เราเริ่มมองเห็นการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งเริ่มเห็นการปรับลดราคาค่าบริการของบางโรงพยาบาล เช่น BH ที่แจ้งว่าในครึ่งปีหลังยังคงใช้กลยุทธ์ปรับลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า จะมีอุปทานจำนวนเตียงจดทะเบียนเพิ่มมากกว่า 3.2 พันเตียง หรือไม่ต่ำกว่า 7.8% ของเตียงจดทะเบียนโรงพยาบาลเอกชนในปัจจุบัน จากการเปิดโรงพยาบาลใหม่หรือขยายพื้นที่บริการอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการทั้งรายเก่าและใหม่ อาทิ TPP Healhcare (ขนาด 550 เตียง) RSU International (ขนาด 304 เตียง)
คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” หุ้น Top pick BCH และ EKH
ด้วยผลประกอบการปีนี้ที่อยู่ช่วงพักฟื้น ขณะที่การแข็งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลเอกชนมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากอุปทานโรงพยาบาลใหม่ที่เปิดเพิ่มในช่วง 1-2 ปีข้างหน้านี้ และปัจจัยเรื่องการควบคุมราคายาที่ยังกลับมาเป็นประเด็นกวนใจ อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่รับประกันสังคมมีประเด็นบวกที่รออยู่คือ การยื่นขอปรับขึ้นค่าหัวสำหรับงวดปีงบประมาณ 2563 มากกว่า 10% จะเป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ BCH RJH CHG LPH CMR และ VIBHA
สำหรับการลงทุนเราเลือกในเชิง selective โดย เลือก “ซื้อ BCH (TP21.80THB) ราคาหุ้นปรับลดลงสะท้อนประเด็นลบผลประกอบการที่เติบโตในระดับน่าผิดหวังในครึ่งปีแรกไปแล้ว และมีประเด็นบวกจากการรอปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในปีหน้า และ หุ้นที่มีผลการดำเนินงาน Outperform กลุ่ม ได้แก่ EKH (TP8.50 THB) หุ้นโรงพยาบาลเล็กที่มีกำไรเติบโตดีสุดในกลุ่มโรงพยาบาล และซื้อขายที่ P/E ที่ 28x เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 31x และ PEG เพียง 0.9x ต่ำสุดในกลุ่มที่ค่าเฉลี่ย 3.6x
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities








