SET: ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งทุกดัชนีเมื่อคืนนี้ ภายหลังตัวเลข ภาคการผลิตออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดอย่างมีนัยสําคัญ (รายละเอียดด้านล่าง) มองเป็นปัจจัยเชิงบวกเฉพาะตัวที่อาจทําให้การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อ กันดีกว่าตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ ในส่วนของตลาดหุ้นไทย ซึ่งน่าจะได้ Sentiment เชิงบวกจากราคาน้ํามันที่สูงขึ้นด้วยนั้น ประเมินมีโอกาสขึ้นทดสอบและทะลุระดับ 1600 จุดในวันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของเราที่ว่า SET Index ยังคงอยู่ใน โหมดของการต่อเวลาการเล่น จากปัจจัยทางด้านสภาพคล่องเป็นสําคัญ Theme: ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงแนะนําการลงทุนในลักษณะของ Stock selection ไปยังซิมการลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งในเดือนเม.ย.เราแบ่งออกเป็น
1) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากธม Reopening แต่จะต้องมี Valuation ที่ยังถูกอยู่
อาทิ กลุ่มปั้มน้ํามัน ได้แก่ OR, PTG และกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BDMS,BCH, IMH
2) กลุ่มหุ้นส่งออกที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการอ่อนค่าของเงินบาท อาทิ กลุ่มยานยนต์ ได้แก่ AH และกลุ่มอาหาร ได้แก่ CPF,TU
3) กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลกําไรไตรมาส 1/64 ออกมาเดิบโตทั้ง YoY และ
QoQ พร้อมทั้งยังซื้อขายด้วย Dividend yield อยู่ในระดับสูงเกินกว่า 3%%
ขึ้นไป ได้แก่ ADVANC, EGCO, PTT (BK:PTT), QH, SCC 4) หุ้นที่คาดว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ตัชนี MSCI Thailand standard index ประจํา
รอบเดือนพ.ค.นี้ ได้แก่ SCGP 5) หุ้นที่คาดว่าจะถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี SET50 ที่จะมีผลบังคับใช้ในรอบครึ่งปีหลังนี้ ได้แก่ STGI, IRPC, SIA ISM: สหรัฐฯรายงานตัวเลข ISM ภาคการผลิตประจําเดือนมี.ค.ออกมาดีกว่าที่ ตลาดคาดอย่างมีนัยสาคัญ โดยอยู่ที่ระดับ 64.7 เทียบกับที่ตลาดคาดที่ 61.5 และเดือนก่อนที่ 60.8 และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1983 (รูปที่ 1) ปัจจัย ดังกล่าวส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯโดยตรง รวมไปถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์เช่น น้ํามัน ที่เมื่อคืนนี้กลับมาปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเมื่อคืนนี้จะมีข่าวลบเล็กน้อย ออกมาจากการประชุมกลุ่ม OPEC+ ก็ตาม (รายลละเอียดด้านล่าง) โดยหากเข้า ไปดูรายละเอียดตัวเลข ISM ที่ออกมาจะพบว่า หมวดที่มีการเติบโตโดดเด่นจะ ได้แก่ยอดค่าสั่งซื้อใหม่ ในขณะที่หมวดที่มีการหดตัวจะได้แก่ยอดค่าสั่งซื้อสินค้า ส่งออก นั่นหมายถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯที่กําลังฟื้นตัวอย่างแรง ณ เวลานี้ ท่าให้ประเทศมีฐานะเป็นผู้นําเข้าสุทธิเพิ่มมากขึ้น มองปัจจัยดังกล่าวถึง ผลบวกโดยตรงต่อสินค้าส่งออกของไทยไปยังสหรัฐฯ ซึ่งหากอ้างอิงจาก ยอดในช่วงเดือนก.พ.ที่ผ่านมา จะพบว่าสินค้าของไทยที่มีสัดส่วนการส่งออกไป ยังสหรัฐฯมากที่สุดจะได้แก่ 1) เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+5.56) 2) ถุงมือยาง (+21290) 3) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+40%) 4) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (+1000)
แนวรับ 1,585
แนวต้าน 1,600
Implication: ด้วยเหตุนี้ มองกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจยังคงได้แก่หุ้นในธีมการส่งออกของ เรา ซึ่งได้แก่ กลุ่ม AUTO (AH) และกลุ่มยาง (STA, STGT) ต่อไป OPEC: ผลการประชุมกลุ่ม OPEC+ เมื่อคืนนี้ ที่ประชุมมีมติปรับเพิ่มก่าลังการผลิตแบบค่อยเป็น ค่อยไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) กลุ่ม OPEC+ จะเพิ่มกําลังการผลิต 350,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค., เพิ่มการผลิต350,000 บาร์เรล/วันในเดือนมิ.ย. และผลิตเพิ่ม 441,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ค.
2) ซาอุดีอาระเบียจะยกเลิกการปรับลดกําลังการผลิตโดยสมัครใจ 1 ล้านบาร์เรล/วันที่เคยดําเนินการมาตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยจะเพิ่มการผลิต 250,000 บาร์เรล/วันในเดือน พ.ค., เพิ่มการผลิต 350,000 บาร์เรล/วันในเดือนมิ.ย. และเพิ่มการผลิต 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ค.
3) โดยสรุปทั้งกลุ่มรวมถึงซาอุฯจะมีการคืนกําลังการผลิตเข้าไปในระบบราว 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ณ ช่วงสิ้นเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ Implication: มองเป็นปัจจัยลบเล็กๆต่อราคาน้ํามันในช่วงถัดไป ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา Price in ข่าวดีด้าน Supply ที่หายไปค่อนข้างมาก สะท้อนผ่าน Forward Curve ที่อยู่ในภาวะ Deep backwardation อย่างไรก็ดี จากตัวเลขที่ประกาศออกมาเมื่อคืนนี้ ทําให้ Forward curve ล่าสุดอยู่ในภาวะ Backwardation ที่ลดลง (รูปที่ 2) สะท้อนจุดเริ่มต้นของ Price in ของตลาดไปยัง Supply ที่จะเริ่มมากขึ้น มองปัจจัยดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของเรา ที่ว่าราคาน้ํามันจะยังมี Upside ที่จํากัดในช่วงถัดไป ซึ่งหาก Imply มายังการลงทุนในกลุ่ม Oil & Gas มองว่าฝั่ง Downstream จะยังได้เปรียบฝั่ง Upstream มากกว่าในภาวะเช่นนี้ โดยหุ้น กลุ่มนี้ที่เราชื่นชอบ ได้แก่ TOP, IRPC, SCC ซึ่งยังคงมี Valuation ที่น่าสนใจ และมี Upside จากราคาเป้าหมายของเราอยู่ ณ ปัจจุบัน
อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็ม
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities