สัปดาห์ที่ผ่านมา เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวดีขึ้นหลังดัชนีภาคการผลิตและการบริการในฝั่งยุโรปและจีนรวมทั้งยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯล้วนออกมาดีกว่าคาด
ติดตามผลการประชุมเฟด ประเด็นสงครามการค้าและการเมืองอังกฤษ เพราะตลาดอาจปิดรับความเสี่ยงได้ หากสหรัฐฯยืนกรานขึ้นภาษีนำเข้ากับจีน หรือผลการเลือกตั้งอังกฤษเปิดโอกาสความวุ่นวายประเด็น Brexit
อย่างไรก็ดี มุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ดีขึ้นของเฟดและแนวโน้มการคงดอกเบี้ยในปีหน้าจะช่วยพยุงตลาดและหนุนเงินดอลลาร์ได้ นอกจากนี้เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นจากแรงซื้อของผู้นำเข้าและนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ผู้ส่งออกส่วนมากก็ปิดความเสี่ยงค่าเงินไปแล้ว
กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 30.00-30.50 บาท/ดอลลาร์
มุมมองนโยบายการเงิน
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในวันพฤหัสฯ คาดว่าจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Fund Rate) ที่ระดับ 1.50-1.75% หลังเศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ดี และมองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยตลอดปี 2020 แต่จะกลับมาลดดอกเบี้ยได้อีก 0.25-0.50% ในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า หากตลาดการเงินปั่นป่วนจากความเสี่ยงสงครามการค้าและการเมืองสหรัฐฯ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสฯ ตลาดคาดว่าจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Rate) ที่ระดับ -0.50% เพราะเศรษฐกิจยูโรโซนเริ่มฟื้นตัว นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งแรกของนาง Christine Lagarde ประธาน ECB คนใหม่โดยตลาดจะจับตามุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประธาน ECB เป็นพิเศษ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ในวันพฤหัสฯ ตลาดคาดว่าจะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Overnight Rate) ที่ระดับ 4.00% และมองว่าBSPจะส่งสัญญาณพร้อมลดดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 0.25-0.50% หากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
ฝั่งสหรัฐฯ – ประเด็นสำคัญในสัปดาห์นี้คือการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน โดยผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าหรืออย่างน้อยสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนมูลค่า 1.6 แสนล้านดอลลาร์จากกำหนดเดิมในวันที่ 15 ธันวาคมนี้
ฝั่งยุโรป – ตลาดจะจับตาผลการเลือกตั้งอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการในเวลาประมาณ 5.00 น. ของวันศุกร์ ซึ่งตลาดคาดว่าพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) จะชนะการเลือกตั้งและหากได้เสียงข้างมากในสภาก็จะสามารถผลักดันให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปโดยมีข้อตกลงได้
ฝั่งเอเชีย – วันจันทร์ ตลาดคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 3 จะขยายตัวได้ 0.6%จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่การหดตัวของภาคการส่งออกยังคงกดดันการเติบโตเศรษฐกิจ ส่วนในวันศุกร์ ตลาดประเมินว่า แนวโน้มภาคการผลิตญี่ปุ่นจะยังคงซบเซา สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (Tankan) โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นในไตรมาส 4 ที่จะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3 จุด จากระดับ 5 จุด ในไตรมาสที่แล้ว