กลยุทธ์การลงทุน
คลายกังวล Fed คาด SETยืนเหนือ 1600 จุด Top Pick เลือก PTTEP และTFG เชื่อว่า SET Index น่าจะกลับขึ้นมายืนเหนือ 1600 จุด และมีแนวต้านบริเวณ 1620 จุด ประเด็นติดตามวันนี้เป็นการประชุม กนง. และตัวเลขส่งออกในวัน ถัดไป พอร์ตจำลองวันนี้ไม่มีปรับเปลี่ยน แต่ให้มีวินัยกับการทำ Stop Profit / Cut Loss หุ้น Top Pick วันนี้เลือก PTTEP และ TFG
คลายกังวล Fed คาด SET ยืนเหนือ 1600 จุด Top Pick เลือก PTTEP และTFG
ถ้อยแถลงของประธาน Fed ช่วยลดความกังวลเรื่องทิศทางนโยบายการเงิน ไปได้มาก ส่งผลทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งน่าจะเป็น แรงหนุนให้ SET Index กลับไปยืนเหนือ 1600 จุดได้ อย่างไรก็ตามยังต้อง ติดตามสถานการณ์Covid-19 ในประเทศใกล้ชิดชึ้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่ม กำลังการให้บริการด้านสาธารณสุขกลับมาตึงตัว การกลายพันธ์ของเชื้อ และ Vaccine ที่ไหลเข้าสู่ระบบใหม่ยังไม่ทันใจ ภาวะดังกล่าวอาจสร้างความไม่ เชื่อมั่นให้กับแผนการเปิดเมือง เริ่มตั้งแต่ภูเก็ต 1 ก.ค.64 และน่าจะทำให้หุ้น เปิดเมืองที่เป็นองค์ประกอบหลักในพอร์ตจำลอง Perform ได้ไม่ดี เชื่อว่า SET Index น่าจะกลับขึ้นมายืนเหนือ 1600 จุด และมีแนวต้านบริเวณ 1620 จุด ประเด็นติดตามวันนี้เป็นการประชุม กนง. และตัวเลขส่งออกในวัน ถัดไป พอร์ตจำลองวันนี้ไม่มีปรับเปลี่ยน แต่ให้มีวินัยกับการทำ Stop Profit / Cut Loss หุ้น Top Pick วันนี้เลือก PTTEP และ TFG
SET Index วันนี้คาดน่าจะยืนบริเวณ 1600 จุด ได้แรงหนุนจากต่างประเทศ วันนี้ประเมินตลาดหุ้นไทย SET Index น่าจะยืนบริเวณ 1600 จุด โดยมี Sentiment บวกจากต่างประเทศ เมื่อคืนตลาดหุ้นสหรัฐ, ยุโรป ปรับเพิ่มขึ้นต่อเป็นวันที่ 2 และมี ปัจจัยบวก คือ ช่วงเช้าตรู่ตามเวลาไทย ประธาน Fed นาย Powell แถลงต่อ คณะอนุกรรมการประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เผยว่า Fed ไม่ได้วิตกกังวลเกี่ยวกับ ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ และไม่ได้บ่งชี้ว่า Fed จำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ย (ประชุม Fed ล่าสุด คาดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งปี 2566) ถือเป็นการส่ง สัญญาณและทำให้ตลาดลดความกังวลช่วงสั้น อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง-ยาว ASPS ยังคงมุมมองเดิม คือ ประเมินว่าจากนี้ไป ตลาดหุ้นทั่วโลก จะยังเผชิญความผันผวนรายวัน จากข่าวขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐ และการลด การเข้าซื้อพันธบัตร QE Tapering จากการออกมาแสดงความเห็นคณะกรรมการ Fed โดยเชื่อว่าตลาดน่า Monitor เป็นรายวัน ASPS ให้น้ำหนักไปที่การประชุมครั้งสำคัญซึ่งน่าจะมีการส่งสัญญาณการปรับนโยบาย การเงินที่ชัดเจน และจะมีผลต่อตลาดหุ้นมากกว่า อาทิ การประชุม Fed ที่เหลืออีก 4 ครั้งในปีนี้แต่ละครั้ง Fed meeting เดือน 27-28ก.ค. , 21-22 ก.ย. ฯลฯ และการ ประชุม Jackson hole 26-27 ส.ค.64 โดยรวมยังประเมินในช่วงนี้ยังคงคาดหวัง FundFlow จากต่างประเทศเข้ามาได้ยาก โดยเชื่อว่านักลงทุนในประเทศน่าจะเป็นแรงหนุนหลัก
เปิดประเทศเดินหน้าต่อ แต่การระบาดของ COVID-19 และการกระจายวัคซีนยังน่าห่วง
แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หลังวาน นี้ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการเปิดพื้นที่นำร่องรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย, เกาะพะงัน, เกาะเต่า) ในวันที่ 1 ก.ค. และ 15 ก.ค. 2564 ตามลำดับ สดคล้องกับที่ ASPS เคยนำเสนอไปวานนี้ ส่วนในระยะถัดไป คาดว่า ภาครัฐจะเดินหน้าขยายพื้นเปิดรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีก เช่น จังหวัดกระบี่, พังงา รวมถึงพื้นที่อื่นๆที่มีความพร้อม โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชาชนฉีดวัคซีนไม่ต่ำกว่า 70%
เบื้องต้น คาดว่าความหวังต่อการเปิดประเทศข้างต้นจะช่วยสร้าง Sentiment บวกแก่ หุ้นกลุ่มการบิน (AOT (BK:AOT), AAV, BA) และกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม (CENTEL, ERW, MINT) ได้ อย่างไรก็ตาม ASPS ประเมินว่าแผนเปิดประเทศดังกล่าวยังมีความเสี่ยงที่ไม่อาจ มองข้ามไปได้ นั่นคือ ความกังวลการระบาด COVID-19 และความคืบหน้าของการ กระจายวัคซีน ความกังวลการระบาด COVID-19: ได้แก่
• จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับมาเพิ่มขึ้นแตะระดับ 4,059 ราย สูงกว่าช่วงก่อน หน้าที่อยู่ราว 2,000-3,000 ราย และยังสูงจำนวนผู้รักษาหายที่ราววันละ 2,000-3,500 ราย ส่งผลให้จำนวผู้ที่อยู่ระหว่างรักษา (Active case) กลับมา เพิ่มขึ้น แตะ 3.58 หมื่นราย เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดก่อนหน้าที่ 3.1 หมื่นราย
• จำนวนเตียงผู้ป่วยเหลือน้อยลง โดยเฉพาะในเขต กทม. และปริมณฑล โดย กรมการแพทย์ระบุว่า ปัจจุบันสถานพยาบาลภาครัฐเหลือเตียงสำหรับผู้ป่วยสี แดง (อาการหนักจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ) เพียงประมาณ 20 เตียงส่วน ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง (อาหารปานกลาง) เหลือเตียงประมาณ 300 เตียง
• การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่ เช่น Delta (พบครั้งแรกในอินเดีย) และ Beta (พบครั้งแรกในแอฟริกาใต้) จะมีแนวโน้มระบาดแทนที่สายพันธุ์ Alpha (พบครั้งแรกในอังกฤษ) ที่ระบาดอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ ซึ่งล่าสุดจากการเก็บตัวอย่างตรวจสายพันธุ์ พบว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อ จากสายพันธุ์Delta เพิ่มขึ้นเป็น 10.4% จาก 9% ส่วนสายพันธุ์Beta มีราว 0.6%
ความคืบหน้าของการกระจายวัคซีน: ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ไทยมีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนราย ใหม่จำนวน 2.28 แสนราย/วัน เพิ่มขึ้นจาก 9.19 หมื่นราย/วัน ซึ่งแม้ว่าอัตราการฉีดจะ กลับมาเร่งตัวขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3-5 แสนราย/วัน ส่งผล ให้ภาครัฐน่าจะเร่งการฉีดวัคซีนขึ้นอีก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปี 2564
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities